วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Loei Trip : เชียงคาน - ภูกระดึง Behind the scene @Paisit


ตอนนี้เป็นเรื่องราวสนุกสนานทั่วไประหว่างทางครับ
และ บทสัมภาษณ์ แม่ค้าตามซำต่างๆ และ เหล่าพี่หาบ ที่ช่วยทำให้เราเดินทางได้สะดวกสบายขึ้น
อยากให้ทุกคนที่ได้ขึ้นไปบน ภูกระดึง แล้วมาฟังกันครับ 

^^  จบทริปนี้แล้ว ราตรีสวัสดิ์
ปีหน้าถ้าใครได้ไปมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

Loei Trip : เชียงคาน - ภูกระดึง 3/3 @Paisit

ตอนจบของคลิปไตรภาคนี้ครับ

เราเดินกันตั้งแต่ 9 โมง จนถึง 2 ทุ่ม ออกจากที่พักเดินชมนักเตะผ่านเส้นทางป่า ไปที่ผาหล่มสัก ใครที่เคยไปผมว่าคงนกถึงเรื่องราวระหว่างทางได้ สนุก เหนื่อย ขนาดไหนคงจำกันได้ ส่วนคนไหนยังไม่เคยไปต้องลองไปครับ

*** ครั้งนี้ผมไปช่วงไม่ค่อยมีคน บรรยากาศคนน้อยๆได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่า ชิวกว่ามากครับ แต่ตอนเดินกลับจากผาหล่มสัก หันซ้ายหันขวามืดมาก เดินกันอยู่กลุ่มเดียว ก็แอบกัลวเหมือนกัน

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Loei Trip : เชียงคาน - ภูกระดึง 2/3 @Paisit

ตอนที่ 2  เราออกเดินทางจากเชียงคาน และ กำลังจะขึ้นภูกระดึงส์กันแล้วครับ
เป็นอย่างไรให้วีดีโอพาไปดูกันแล้วกันครับ



ส่วนนี้แถมครับ จากกล้อง Iphone ของผม




ทะเลหมอกที่ ภูทอก เชียงคานครับ ตื่นตั้งแต่ตี 4 คุ้มจริงๆครับ


วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Loei Trip : เชียงคาน - ภูกระดึง 1/3 BY @Paisit


ทริปนี้เป็นทริปที่เที่ยวเชียงคานและภูกระดึง จ.เลย โดยที่ไม่ได้วางแผนกันล่วงหน้าและถ่ายวีดีโอกับเพื่อนกันเล่นๆ


Video นี้เกิดจากความคิดเล่นๆและเบื่อๆของเจ้าบ้านเลยครับ 
หลังจากต้นเสนอไอเดียนี้มา ผมถามหาเหตุผล และผมชอบคำตอบมันมากครับ
"กูชอบถ่ายวีดีโอ กูว่ามันเก็บบรรยากาศช่วงนั้นได้ครบดี พอเมิงแก่เมิงกลับมาดูมันก็เหมือนพาเรากลับไปช่วงนั้นได้ ได้หัวเราะ ได้สนุก ได้ความรู้สึกตอนอยู่ในวีดีโอกลับมา"  พอผมได้ด๊วีดีโอนี้มันก็จริงครับ
มันให้ความรู้สึกเก่าๆกลับมา ทั้งสนุกสนาน ตื่นเต้น และ ง่วง = =


ผมลืมบอกอีกเหตุผลที่ต้นบอกครับ ผมชอบมันพอๆกับข้อแรกเลย มันบอกว่า
"กูชอบอวด 555"

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แผนการท่องเที่ยวเวียดนาม (ตัวอ้างอิง)

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10106316/E10106316.html
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10144107/E10144107.html

ทริปนี้เราจะมีการรีวิว 2 อันนี้เป็นตัวนำทาง เริ่มต้นจาก โฮจิมินท์ - ดาลัด - มุยเน่

2 ธันวาคม  7.00 ขึ้นเครื่องสายการบิน แอร์เอเชีย                 

                 9.30  ถึงโฮจิมินท์ (พอเดินออกจากสนามบินเลี้ยวขวา ประมาณ 500 เมตร จะเห็นรถจอดรออยู่    รถจะผ่านแถวฟามงูเหลาและไปสุดสายใกล้ๆกับสถานีแถวตลาดเบนถาน ราคาค่ารถเท่าที่ทราบมาตอนแรก คือ 3,000 ดอง บวกสัมภาระอีกชิ้นละ 3,000 ดอง รวมเป็น 6,000 ดอง แต่ตอนผมขึ้นจริง โดนเรียกที่ 10,000 ดองต่อคนครับ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่ 10,000 ดองก็แค่ 15 บาทโดยประมาณ ยังไงก็ถูกมากอยู่ดีครับ อย่างไรก็ตามเท่าที่ทราบมารถสาย 152 จะวิ่งถึงแค่ 18.30 น) 

                 10.30 ฟามงูหลาม เป็นสถานที่สำหรับแบ๊คแพคเกอร์ ที่พัก ผับ บาร์ แลกเงิน ซื้อทัวร์ โดยสถานที่นี้เป็นที่จอดรถตั๋วไปต่างจังหวัด  เราจะมาซื้อตั๋วไปดาลัดรอบ 23.45 ซึ่งจะไปถึงดาลัดเช้าประหยัดที่นอน 1 คืน

(สถานที่เที่ยว  จัตุรัสโฮจิมินห์   โอเปร่าเฮ้าส์  โบสถ์นอร์ธเธอดาม  ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์  ทำเนียบอดีตประธานาธิบดี เวียดนามใต้  Revolutionary Museum   War Remnants Museum   Water Puppet show    พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์  
สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ ZOO & BOTANIC GARDENS)

กินข้าว
1.Kim Café  (ดูตัวสีแดงหมายเลข 1 ตามแผนที่ครับ)
ที่นี่เป็นร้านยอดนิยมสำหรับฝรั่งแบคแพคเกอร์ทั้งหลายที่มาพักย่านฟามงูเหลาครับ ได้คะแนนรีวิวตามเวบสูงมาก คงเป็นเพราะอาหารราคาไม่แพง รสชาติดี
2.quan an ngon (พอเห็นตลาดเบนถาน ข้ามถนนไปฝั่งตลาดเลยครับ และเดินตรงไปทางถนน  Le Loi เดินไปเรื่อยๆจะเจอร้านไอศกรีม Bach Dang อีกร้านดังของโฮจิมินห์ เลี้ยวซ้ายเลยครับ  หากเลี้ยวซ้ายเท่ากับเราจะอยู่ถนน Pasteur แล้ว เดินตรงไปไม่ไกล จะผ่านพิพิธภัณฑ์ Revolutionary ทางซ้ายมือ ข้ามสี่แยกไปนิดเดียวก็เจอร้านนี้แล้วครับ) คนรีวิวบอกอร่อยกว่าร้านแรก ราคาพอๆกัน
3.ร้านไอศกรีม Bach Dang
4.Tous Les Jours ร้านขนมปัง

      23.45 ขึ้นรถเดินทางไป ดาลัด    ค่ารถโฮจิมินห์-ดาลัด ราคาหน้าตั๋ว  130,000 ดอง (ประมาณ 195 บาท)

3 ธันวาคม    6.00  ถึงดาลัด  
( ราคาแพคเกจทัวร์วันเดย์ทริปในดาลัด หากมาซื้อที่นี่โดยตรง จะมีราคาประมาณ 8 USD )
หาที่พัก แล้วก็เที่ยวตามใจฉัน  แนะนำ tulip hotel  15USD สำหรับห้องคู่

สถานที่เที่ยวดาลัด  
1.ทะเลสาบ Paradise และเจดีย์ Thien Vien (Truclam zen Monastery) นั่งเคเบิลคาร์ 50,000 ดอง  ไปกลับ 70,000 พอลงจากเบิลคาร์จะเข้าเจดีย์ และ ทะเลสาบ พาราไดร์
2.น้ำตกดาตันลา Datanla Waterfall  ค่าเข้าชม 10,000 ดอง roller coaster 30,000 ดอง ไปกลับ 40,000 ดอง ขากลับเป็นขึ้นเนินอย่างเดียว
3.โบสถ์คริสต์ (Da Lat Cathedral) 
4.พระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิเบ๋าได๋  (Baodai’s Summer Palace)  ค่าเข้าชม 10,000 ดอง
5.Crazy House  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่เป็นที่นิยมในดาลัด ราคาค่าเข้าที่นี่  20,000 ดองครับ และที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 10 Houses to See Before You Die ด้วยนะครับ
6.สถานีรถไฟดาลัด (GA DALAT) เป็นสถานีรถไฟที่สวยและน่ารักมากทีเดียว และถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดในเมืองดาลัดด้วย
7.Valley of Love หรือหุบเขาแห่งความรัก   ค่าเข้าชม 20,000 ดอง หากซื้อแพคเกจทัวร์มา ราคาจะรวมในค่าทัวร์แล้ว
8.Tranh Theu Tay Tren Lua XQ  (XQ Hand Embroidery Center) สถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Valley of Love นิดเดียว
9.สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด (Dalat Flower Gardens)  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบซวนฮวง   ค่าเข้าชม 10,000 ดอง
10.โบสถ์คอนแวนต์โดเมนเดอมารี  (Domaine de Marie Convent)  
11.ทะเลสาบ Xuan Huong   ตั้งอยู่ใจกลางเมืองดาลัด  เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งสำคัญของชาวเมืองดาลัด 

***ไวน์ดาลัด  มาดาลัดต้องซื้อไวน์ครับ  ราคาแบบมาตรฐานจะอยู่ที่ขวดละ 40,000 ดองเท่านั้น ส่วนเกรดซุปพีเรียร์ ดีหน่อยจะตกขวดละ 60,000 ดองครับ ถือว่าถูกมากๆเลย  (สำหรับไอ้ต้น)


จากดาลัดไปมุยเน่  มีรถบัสวันละ 2 รอบ คือ รอบ 7 โมงเช้า และรอบ 12.30 น.รถมาจากที่เวียตซีในราคา 8USD (เหมือนกันครับ ไม่ต้องจองก่อนก็ได้ มาซื้อตั๋วที่ดาลัดเลยถูกกว่า) เป็นรถบัสเล็กๆ เนื่องจากทางจากดาลัดไปมุยเน่ ทางไม่ค่อยดี เลยไม่ค่อยนิยมใช้รถใหญ่วิ่งกัน  รถใช้เวลาวิ่งจากดาลัดมาประมาณ 5 ชั่วโมง


เมืองมุยเน่ 
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ไกลจากที่พักเราเลย  หากคุณขี่มอเตอร์ไซค์ได้ ค่าเช่าประมาณ 200 กว่าบาทเท่านั้น
คนรีวิวเข้าพักที่ small Garden ราคา 22-25 USD แล้วไปกินกุ้งมังกรที่ร้านใกล้ๆ ชื่อ LAM TONG QUAN  ตัวละ 825 บาท (อันนี้ต้องมาคุยกันอีกที) 
1.หมู่บ้านชาวประมง
2.White Sand Dune ที่นี่เป็นที่ๆไกลที่สุดในโปรแกรมทัวร์ อยู่ไกลจากมุยเน่ประมาณ 30 กิโลเมตรได้
3.Red Sand Dune หรือทะเลทรายแดง  ที่นี่จะอยู่ติดกับทะเลเลย คั่นด้วยเพียงถนนเล็กๆเท่านั้น
4.  Fairy Stream ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมุยเน่เท่าใดนัก  หน้าปากทางเข้าครับ


มุยเน่กลับโฮจิมินท์
ค่ารถจากมุยเน่กลับโฮจิมินห์ ราคา 5USD สำหรับรถนั่ง และ 7USD สำหรับรถนอน


อ่านรีวิวจากกระทู้ที่ต้นแนะนำมา ใครจะเพิ่มลดตรงไหนไหม 

เดินนำ - เวียดนาม 3 เมือง 4 ฤดู

เดินนำ - เวียดนาม 3 เมือง 4 ฤดู

ตอนนี้ไทยเสียอันดับประเทศส่งออกข้าวให้ เวียดนาม แล้ว
เวียดนาม นะแมร่ง 3G ในป่าบนเขายังมี 3G เลย 
เมิงรู้จักไหม สาวเวียดนาม Elly than ha
XX*0@#$!# เวียดนาม $#^@$
เวียดนาม เวียดนาม เวียดนาม

มันเพราะได้ยินถึงเวียดนาม ในหลายๆเรื่อง และ บ่อยครั้ง ผมจึงว่าจะออกแบคแพคไปเวียดนามซักครั้ง
ตอนแรกผมวางโปรแกรมไว้ 11 วัน นั่งรถไปมุกดาหาร เข้าสะหวันนะเขค ไป เว้ ฮอยอัน ดานัง แล้วนั่งรถไฟตู้นอน ขึ้นไป ฮานอย เที่ยวซาปา ฮาลองเบย์ ขึ้นเครื่อง หรือไม่ก็กลับเข้าทางลาว เวียงจันทร์ แต่ใครจะบ้าไปกับผม 555 แค่เห็นโปรแกรมก็หมดแรง หมดเงิน เวลายิ่งไม่ต้องพูดถึง จะหาจากไหน 11-12 วัน มันจึงล่มไปอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับการเที่ยว เวียดนาม มันยัง วนเวียนอยู่ในหัวผมเสมอ ด้วยสัดส่วน 37-25-35 ของเธอ

ผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่งของไทย หรือ อาจจะโลก เค้าว่าไว้ว่า ทุกวิกฤตมีโอกาส น้ำท่วมใหญ่ทำให้มหาวิทยาลัยทั้วกรุงเทพ ประกาศเลื่อนการเปิดเทอม ไปอีกนานโข เจ้าต้น ฉายา ต้นตัวฟรี หลังจากพาเราทัวร์เมืองเลยแล้ว ธรรมศาสตร์ประกาศเลื่อนเปิดเทอมไปวันที่ 9 มกราคม มันก็ติดต่อมาอย่างไว 
"จัดทริปกันด่วน ว่างมาก""จะไปไหนวะ ตอนลงจากภูคุยว่าจะไป ทะเลใต้ ไปป่ะละ"
เราคุยตกลงสถานที่กันอยู่นานมาก ก่อนจะแยกย้ายกันไปหาข้อมูลแล้วมาว่ากันใหม่
โดยสุดท้าย ด้วยผมอยากไปเวียดนามอยู่แล้ว ส่วนต้นอยากไปต่างประเทศที่ไหนก็ได้นานๆหน่อย
เราก็เลยตกลงไปลุย เวียดนามใต้กัน โดยเส้นทาง ได้รับการแนะนำจาก คุณปู่ ของต้น และ Blueplanet ใน Pantip 



โดยเส้นทางทริปนี้เราจะออกเดินทางจาก กรุงเทพ -----> โฮจิมินห์ (แวะชมเมือง ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตผู้คน)



โฮจิมินห์ -----> ดาลัด(สวิตเซอร์แลนด์ เวียดนาม เมืองกลางหุบเขาที่โรแมนติคที่สุดในเวียดนาม)



ดาลัด----> มุยเน่ (เมืองริมทะเล ไปดูชีวิตชามประมง และทะเลทรายขาว แห่งเดี่ยวใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)




โดยมีผู้ร่วมเดินทางทั้งสิ้น 9 ชีวิต
ผม(โตโต้) ต้น แอปเปิ้ล แฟง มะนาว(น้องสาวแฟง) อ้วน เบลล์ ตอง อ๊อฟ
พวกเราทุกคนไม่รู้ว่าข้างหน้าระหว่างทางจะมี ความสนุก ความงง(ที่งงแน่ๆ) เหตุการณ์อะไรรอเราอยู่ รถไฟขบวนนี้จะพาเราผ่านอะไรบ้าง เพื่อไปถึงจุดหมาย แต่วันนี้เราทุกคนก็กระโดดขึ้นรถไฟขบวนนี้มาแล้ว (ที่ต้องใช้ระโดดเพราะว่าเราให้เวลาตัดสินใจน้อยมาก 3-4 วันพอ) 

หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะสนุกสนาน เต็มไปด้วยมิตรภาพ และทุกคนได้ไปถึงจุดหมายที่หวังด้วยกัน 

Unplanned Trip In Loei ตอนที่ 2 เหยียบเลย!!!

Unplanned Trip In Loei ตอนที่ 2 เหยียบเลย!!!

อย่างที่บอกไว้ในตอนแรกครับ

รถนอนคันนี้ที่หลังสุดกว้างมาก กอนขึ้นรถผมบอกกับ พี่โอ๊ต และ เปิ้ล ว่าพอขึ้นไปเขาจะมีข้าวให้ ซึ่งผมเอามาจากประสบการณ์เมื่อครั้งนั้นรถนอนจากเชียงใหม่กลับจากกรุงเทพ โฆษณาให้ว่าของ นครชัยแอร์ แต่พอขึ้นรถผมก็โดน 2 คนเล่นทันที เพราะบนรถมีน้ำให้ 1 ขวด ขนมแคกเกอร์ 5 บาท 1 อัน และ กาแฟซอง พวกเราพยายามมองหา แก้ว หรือ น้ำร้อน ว่ากาแฟซองจะกินกันยังไง
จนพี่โอ๊ตสรุปว่า "เขาให้กินกันแบบผงเนี่ยละ ดีท๊อกคอกันกรน" ซึ่งผมก็ไม่ได้ถามพี่คนบริการบนรถด้วยว่าใช่หรือไม่ แต่ไม่น่าใช่นะพี่

บนรถพวกเราคุยกันอยู่หลายเรื่อง แต่เรื่องหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องน้ำ โอ้ววววว มันตามมาหลอกหลอนเหลือเกิน บนรถเปิดข่าวน้ำท่วมอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เราขึ้นรถจนถึง เที่ยงคืนนิดๆ การสนทนาจึงออกรส จริงจัง เฮฮา ปนๆกันไป เพราะ พี่โอ๊ตบ้านอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังที่บางแค เปิ้ลอยู่ตรง มศว ที่ไม่รู้น้ำจะมาทางไหนกันแน่ แสนแสบ หรือ รัชดา เสี่ยงทั้งคู่ไปเลยได้ แต่กลัวกลับไม่ได้ หรือกลับอาจจะต้อง 2 ต่อ นั่งรถต่อเรือ 

พอได้มานั่งรถนอน มันทำให้นึกถึงการนั่งรถนอนครั้งที่แล้วที่ไปเชียงใหม่ สำหรับผมไปเชียงใหม่ครั้งนั้นกับเลยครั้งนี้มันมีแรงผลักดันเหมือนกัน คือภัยพิบัติ ครั้งนี้จากน้ำ ครั้งนั้นจากคน 
เชียงใหม่ครี่งนั้นผมไปตอนเสื้อแดง ต้องออกตัวก่อนว่าบ้านผมอยู่ตรงราชเทวี ใกล้มาก เดินออกจากบ้านเจอทหารเลย ตอนนั้นผมอยู่ดีๆก็อยากไปเชียงใหม่เลยออกเดินทางไปกับเพื่อนอีกคนชื่อ อ๊อฟ ไปนอนหอเพื่อนที่ไปฝึกงานอยู่ที่นั่น ประหยัดเงิน เราก็ไปตามแผนคร่าวๆ ของเราไปเรื่อยๆ จนวันที่ 4 15.00 ห้างร้านก็เริ่มปิดตัวกัน 

เกิดอะไรขึ้น!! คนกรุง 2 คนงง และงง หนักเข้าไปอีกเมื่อ คนจีนกลุ่มหนึ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น 
จนเราไปถามคนแถวนั้นและรู้มาว่า กลุ่มเสื้อแดงเผายางหน้าจวน ร้านค้าเลยปิดกัน แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ที่จะบอกคนจีนกลุ่มนั้นว่าไงวะเนี่ย!!!

ช่วงที่กำลังสุขกับความทรงจำเก่าๆก่อนนอน เจ้าของบ้านก็โทรมา 
"ไอ้โต้ ที่บ้านตูถามว่าพรุ่งนี้จะไปเที่ยวไหนกัน" ต้นโทรมาถาม มันคงเป็นห้วง เห็นพวกผมมากันงงๆ ผมก็เลยตอบไปตามจรืง
"ไม่รู้วะ ฮาๆๆ" แถมหัวเราะไปอีกนิด หลังจากนั้น ต้นก็เรื่มช่วยวางแผนการเที่ยวให้ มันคงเป็นห่วงเด็กกรุงที่มาแบบ งงๆ
เราคุยกันอีกซักพัก ก่อนจะวางสายไปพร้อมนัดเวลา ว่าเราน่าจะไปถึงประมาณ 10.30 ตามที่ thai ticket major บอก
ผมบอกกับอีก 2 คนถึงโปรแกรมเที่ยวคร่าวๆที่คุยกับต้นทางโทรศัพท์ เราจึงเข้านอนกัน ไม่ต้องกลัวหนาวเพราะเรามีผ้าห่ม ผมผืน พี่โอ๊ตผืน เปิ้ล 2 ผืน(แอบแกะผ้าห่มจากหลังรถมาอีกผืน)
________________________________________________________

"ถึงตัวเมืองเลยแล้วครับ" พี่ผู้ให้บริการบนรถเดินมาสะกิดผม ผมสะดุ้งตื่น รีบปลุกพี่โอ๊ตและเปิ้ล หยิบข้าวหยิบของลงจากรถ เป็นธรรมเนียมของต่างจังหวัดที่พอลงจากรถจะมีลุงๆ น้าๆ มารอรับและถามด้วยความห่วงใยว่า "ไปไหนครับ" "ภูเรือไหม" "มีใครมารับรึป่าว" "ไปคันนี้ไหม" คนต่างจังหวัดน้ำใจดีกันจริงๆ

พวกเรา 3 คนเอาของจากหลังรถเสร็จเรียบร้อย หลังจากรีบตื่นรับหยิบข้าวของ ตอนนี้ขี้ตาก็หลุดเริ่มมองเห็นสภาพดินฟ้าอากาศ
อืมมมม สดชื่นจริงๆ อากาศเย็นๆเหมือนตอนเช้าๆ แดดเบาๆ ผมเอะใจแปลกๆ
ผมหันไปถามพี่โอ๊ต "กี่โมงละพี่"พี่โอ๊ตหยืบมือถือมาดูก่อนบอกเวลา "7.30 วะ" 
พวกเรามองหน้ากัน นึกในใจ 'ชิบหายละ บอกไอ้ต้นมาถึง 10.30'
ผมรีบโทรหาไอ้ต้นทันที ผมว่าทุกคนคงพอเดากันได้
ใช่!! ถูกต้อง อย่างที่ทุกคนคิด ชีวิตคนเรามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
มันไม่รับสายยยยยยยยยยยย




เก็บตกห้องน้ำ
เก็บตกห้องน้ำระหว่างทาง (พรีเซนเตอร์หล่อเชียว ฝั่งหญิงยิ่งหนัก เจสสิก้ามาเองค่ะ) เป็นจุดรับประทานอาหาร มารู้ทีหลังขากลับ ขานี้อดแดก 

Unplanned Trip In Loei ตอนที่ 1 ไปเลย!!!

Unplanned Trip In Loei ตอนที่ 1 ไปเลย!!!

ทริปนี้เริ่มต้นจากไหนผมจำไม่ค่อยได้แม่นยำนัก มันเริ่มจากการพูดคุยสมัยนู้นนนนน เริ่มจากอารมณ์อยากดูดาว เดินป่าที่ค้างมาจาก ภูจองนายอย เริ่มจากเผ่นหนีน้ำท่วมเมืองกรุง เริ่มจากไหนไม่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆเราเหยียบไปเลยมาแล้ว

1 ในจุดเริ่มต้นสำคัญของทริปนี้


หลังจากคุยใน Facebbok ซักพักเมหือนจะไม่ได้เรื่อง Oat Foto เลยโทรเข้ามือถือผม
"เอ๋ย ไปวันไหนแน่วะ"
"คืนวันพุธพี่ แล้วกลับคีนวันอาทิตย์ เช้าวันจันทร์ พี่ทำงานต่อได้ สบาย"
"แมร่ง ไม่รู้จะลางานได้ป่าวนะ เด๋วลองก่อน"
"พี่ไปลางาน เด๋วผมหาลูกทีมก่อน"
"แล้วจะไปที่ไหนวะ"
"ยังไม่รู้เลยพี่ ขอคิดก่อนเดี๋ยวผมโทรไปบอก"

หลังจากนั้นไม่แน่ใจว่านานเท่าไหร่ ผมนึกสถานที่เดินป่าสถานที่เที่ยวจะไปไหนดี พอนึกถึงเรื่องเที่ยวหน้าของเพื่อน ต้น ( paisit sirilertsakul ) ก็ลอยออกมาอย่างเด่นชัด
'ไอ้ต้นบอกว่ามันจะกลับบ้าน บ้านมันอยู่เลย เลยมีที่เที่ยวเยอะ ภูเรือ ภูหลวง ภูกระดึง เชียงคาน สบายละ'
ผมรีบโทรกลับไปหาพี่โอ๊ต "ไปเลยพี่"
"ไปทำไรวะ" ปลายสายถามกลับ
"ไปเที่ยวดิพี่ ไอ้ต้นมันกลับเลยพอดี แวะไปหามันหน่อย"
เอาเป็นว่า สถานที่เที่ยวเรียบร้อย รอพี่โอ๊ตลางานได้ หาเพื่อนเที่ยวอีกหน่อยเป็น OK



(พึ่งรู้ทีหลีงว่าเขียนวันผิด วันพุธมันวันที่ 2 แต่ก็ไปถึงเลยละกัน)
ผมเริ่มโพสหาแก๊งเดินทาง พร้อม tag เจ้าของบ้านให้รับรู้ด้วยว่า พวกตูจะไปละนะ! เพราะผมจำไม่ได้ว่าโทรไปบอกมันรึเปล่า!!
พอ Tag เท่านั้นมันรับรู้แน่นอน 
The Gang เริ่มหาสายรถ และรอบเวลาเดินรถ ก่อนเราจะมาจบกันที่่ 99,999 ตามคำแนะนำของคนเมืองเลย 
ขอขอบคุณ ต้น และ เต้ย ที่ทำให้เราได้นั่งรถสุดสบายไปเมืองเลย สบายขนาดผมนอนเหยียดสุดขาแล้วยังไม่ถึงเบาะคนหน้า
แถวหลังชั้น 2 สบายสุดๆใครเดินทางแนะนำครับ
____________________________________________

วันอังคาร 1 พฤศจิกายน
"เอ้ย พี่ลางานเรียบร้อยแล้ว" เสียง Oat foto ลอดผ่านโทรศัพท์
"OK พี่จัดไป" 
"แล้วจะไปไหนบ้าง ไปยังไงวะ"
"ไปรถ 99 ต้นแนะนำมา ส่วนไปเที่ยวไหนยังไม่รู้เลยพี่ ไปก่อนว่ากันบนรถ"
(เวลาไปเที่ยวไหน คนมักชอบถามว่า ไปที่ไหน ไปกับใครบ้าง
มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดในหนังเรื่อง Polar Exprees ทุกครั้ง ที่เจ้าหนูถามคนเดินตั๋วว่ารถไฟขบวนนี้ไปไหน
คนเดินตั๋วตอบว่า "มันไม่สำคัญหรอกว่ารถไฟขบวนนี้ไปไหน มันสำคัญที่เราขึ้นรถไฟหรือป่าว" (ผมจำไม่ค่อยแม้น รายละเอียดอาจผิด แต่ใจความคงเดิมแน่นอน))
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน จุดหมายมันไม่สำคัญหรอก (เพราะคิดไม่ทัน) ขึ้นรถมาก่อนแล้วว่ากัน

หลังจากนั้นเราก็นัดเจอกันวันพุธที่ BTS หมอชิต เวลา 21.00 น. เพื่อเดินทางไปขึนรถ 99 VIP รอบเวลา 22.00 น.
_______________________________________________________________________

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 21.35 น. (โดยประมาณ)
"ไปทางไหนกันต่ออ่ะ" ผมจำไม่ได้ว่าใครเริ่มถามคำถามนี้เมื่อเรามาถึง ขนส่งหมอชิต
แต่ที่จำได้ม่นคือ "กูก็ไม่รู้ เคยแต่มาซื้อตั๋วให้พี่ที่ออฟฟิส" ตอบเกรียนแบบนี้ Oat Foto แน่นอน
ส่วนโตโต้ ก็ไม่รู้เหมือนกัน เคยมาครั้งแรกชิหายละ!!!!

โดยทริปนี้ น่าจะแบ่งคนเดินทางออกเป็น 3 กลุ่ม
1. แนวหน้าที่ออกเดินทางไปเลยก่อน มี ผม(โตโต้) แอปเปิ้ล และ พี่โอ๊ต
2. กองหนุนของเราที่จะตามมาเช้าวันศุกร์ เบลล์ และ ตอง
3. เจ้าถิ่น ต้น และ เต้ย (รู้ทีหลังเจ้าถื่นน่าจะเหลือเต้ยคนเดียว ไอ้ต้นมาเป็นแนวหน้ากับพวกเรา ทริปนี้พี่โอ๊ตบอก เหมือนพาหนุ่มเลยเที่ยวเลย 555)
ทริปครั้งนี้เราน่าจะมีจำนวนคน 7 คน 

กลับมาที่กลุ่มแนวหน้า 3 คนต่อ พวกเราไปตั้งหลักที่ห้องน้ำ ก่อนจะไปตุนเสบียงที่ 7-11 ซื้อน้ำซื้อขนม ซื้อกันเหมือนกลัวเลยจะน้ำท่วมและของขาดเหมือนกรุงเทพอย่างนั้นละ 

พอออกจาก 7-11 เราก็มาสุมหัวกันอ่านรายละเอียดบนตั๋วรถกัน เย้!! เราเจอชานชาลาที่รถจอดแล้ว แต่ไอ้ชานชาลานี้มันอยู่ตรงไหนวะ หมอชิตแมร่งใหญ่โครต เคยไปแต่เอกมัยเล็กๆ แค่ด้วยความช่างสังเกตุของเปิ้ล และความแก่ประสบการณ์ของ Oat foto (ผมชอบเรียกชื่อนี้นะมันเท่ดี) เราก็มาถึงท่ารถได้ถูกต้อง เหลือแค่รอรถเท่านั้น เราก็ไปเลย!!!! แล้ว