แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผนการเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผนการเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

ย่ำเมืองกรุง ชมทิวาราตรีและแสงแรกของวัน

ย่ำเมืองกรุง ชมทิวาราตรีและแสงแรกของวัน

ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ 1 คืนกลางกรุงเทพ ให้ MV พาไป
เริ่มจากสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ดูสถานีขนส่งรถไฟและชีวิตผู้คน ---> เยาวราช ชุมชนคนจีนและของกินอร่อย ---> เข้าสีลม ช่องนนทรี ชมย่นธุรกิจยามราตรี ---> ปากคลองตลาดดูตลาดดอกไม้เที่ยงคืน ---> สะพานพุทธ ตลาดนัดหาซื้อของถูก ---> เดินเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาดูชุมชนแห่งแรกๆ และโรงแรมหรูริมแม่น้ำ ---> ดูพระอาทิตย์ขึ้นริมแม่น้ำ ความสวยงามกลางกรุง
ทริปนี้เส้นทางอาจงงๆ เพราะดู MV แล้วรีบคิดเขียนเลย ทริปนี้น่าจะเป็นทริปเดิน จริงๆอย่างปั่นจักรยานแต่หาไม่ทัน เริ่มไม่ ศุกร์ก็เสาร์ ใครไปบ้าง
http://www.youtube.com/watch?v=fpiAsxh0vhw (ไปตามMVนี้เลย)





วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 4 Revolution Musuem

อย่างที่เขา(อีกแล้ว)ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หลังท้องอิ่มเราก็ออกเดินทางกันต่อ เรากางแผนที่ที่ได้มาจากเว็ป Pantip ออกมาเทียบกับถนนดูเส้นทาง ตอนนี้เราอยู่กันที่เลข 1 สีแดง เราจะออกเดิน(ตาม)ทางผ่าน ตลาดเบียนถาน ขึ้นบนไปสถานที่แรกคือ Revorution Museum ตัว G ในแผนที่


รูปหมู่ ณ ตลาดเบียนถาน
ระหว่างเดินไปเราโครตจะมั่นใจยิ่งขึ้นว่าที่เวียดนามเดินทางด้วย มอเตอร์ไซต์ เป็นหลัก ท้องถนนก็จะเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซต์หลากหลายรุ่น ตั้งแต่ มอเตอร์ไซต์รุ่นใหม่จนกระทั่ง มอเตอร์ไซต์ที่น่าจะเหลือแต่เครื่องให้วิ่งได้ แต่ที่เห็นบ่อยๆคือหนุ่มๆกับมอเตอร์ไซต์รุ่นปู่ มันอาจเป็นมรดกประจำตระกูลตกทอดต่อกันมาก็ได้ ซึ่งสิ่งที่ดีมากของเจ้ามอเตอร์ไซต์เวียดนามก็คือ มันไม่ส่งเสียง แว๊นซ์ แว๊นซ์ แว๊นซ์ รำคาญหูเหมือนเมืองไทย หรือ บึ้ม ปึ้ม ปัง เสียงอะไรก็ตามที่เกิดจากการระเบิดของท่อรถมอเตอร์ไซต์ที่บ้านเราชอบทำกัน ถ้ามีละกันการจราจลเกิดแน่นอน

ตอนนี้เราเดินมากันใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว อ้วนถูกพี่คนขายมะพร้าวคุยด้วยชักชวนด้วยภาษามือ ภาษากายเท่าที่จะพอรู้เรื่อง คือเขาจะให้อ้วนไปลองแบกของที่เขาแบกดู คงคิดว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่ไม่เคยเห็นของแบบนี้ แต่เสียใจประเทศไอมี แถมมีเยอะด้วย คุณลุงส่งไม้ผลัดให้อ้วน รอให้เบลล์กดถ่ายรูปก่อนกวักมือเรียกผมเข้าไปแบกต่อ ถ่ายรูปเสร็จ ผมส่งไม้คืนให้ลุง
อ้วนกับท่าสวยๆ ก่อนปิดการขาย

"ได้เวลาปิดการขาย" เสียงอ๊อฟพูดลอยๆออกมา และมันเเป็นจริง ลุงรีบนั่งลงทำท่าจะเฉาะมะพร้าว แต่ก่อนที่ลุงจะเงยหน้าขึ้นมา แก๊งคนไทยไหวตัวทันเดินข้ามถนนไปแล้ว (ไม่คิดเลยว่าวันแรกเราก็จะเจอ CEM (Customer Experience Marketing) ของแท้

หลังจากผ่านเหตุการณ์จากลุงมะพร้าวเราเดินตรงมาอีกหน่อย หันหน้าไปทางขวาก็เจอเข้ากับ Revolution Musuem ซึ่งที่นี่มีค่าเข้าคนละ 15,000 ดอง


Revolution Museum ตามคำโปรย ที่นี่เป็นสถานที่บอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของเวียดนาม ตั้งแต่มีมนุษย์อาศัยอยู่ สร้างสังคม จนถึงการเปลี่ยนระบบการปกครอง เหตุการณ์สำคัญในยุคสมัยหนึ่งของเวียดนาม และอีกอย่างคือที่นี่เป็นสถานที่ที่นิยมมากของคู่รักโฮจิมินห์ครับที่จะมาถ่ายรูปก่อนแต่งงาน หรือ Pre-wedding กัน ถ้าโชคดีวันนี้เราคงได้เจอ


เราเดินเข้าสู่พิพิธภัณฑ์อย่างไร้ระเบียบ และไม่ลืมถ่าย ปืนใหญ่ เครื่องบิน เกวียน ที่ประดับตกแต่งอยู่ด้านนอกก่อนเข้าไป ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา เราแยกกันเป็น 2 กลุ่มเดินดูห้องที่ถูกตกแต่งบอกเรื่องราวต่างๆ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวหลายอย่างแบ่งเป็นห้องๆไป ซึ่งเป็นไปตามคำเปรยและชื่อของมัน เป็นการบอกเล่าถึงการพัฒนา การวิวัฒนาการทางสังคมของชาวโฮจิมินห์ มีตั้งแต่ห้องเปญวน ของใช้สมัยก่อน จนถึงห้องของสิ่งของมงคล ซึ่งห้องที่พวกเราไปใช้เวลากันอยู่นานที่สุดก็คือห้องของมงคลครับ ไม่ใช่ว่างมงาย แต่เพราะห้องนี้ไม่มีศัพท์ไม่มีบรรยาย เราใส่จินตนาการกับสิ่งของได้เต็มที่และคนที่ดูสนุกที่สุดก็คือ อ้วน อ้วนพาเดินดูของชิ้นนู้นทีชิ้นนี้ที อ้วนไม่ได้เก่งด้านประวัติศาสตร์หรือของมงคล แต่จินตนาการของอ้วนสนุกครับ โดยพวกของมงคลส่วนใหญ่ที่นี่จะอิงไปทางแนวจีนซะมาก การไหว้อาวุธ เทพเจ้าต่างๆที่จะเป็นเทพเจ้าทางจีนส่วนใหญ่

ในตอนนั้นผมสงสัยอยู่สิ่งหนึ่งคือประตูซุ้มค้างคาว ค้างคาวเป็นสัตว์มงคลด้านไหนน่าคิดนะครับ ว่าจะเอาสัตว์ร้ายมากันสัตว์ร้าย ค้างคาวก็ยังดูไม่น่ากลัวไม่ร้ายกาจมาก ผมเก็บข้อสงสัยอันนี้ไว้ในใจจนกลับมาถึงไทย จนรู้ว่าจริงๆ ประตูซุ้มค้างคาวอันนี้มันคือ ฮก ลก ซิ่ว ครับ

ฮก ลก ซิ่ว นี่มีหลายแบบครับ แต่นิยมสุดเห็นจะเป็นรูปมนุษย์ โดยในกรณีของสัตว์
ค้างคาว คือ ฮก บุญวาสนา อำนาจ และเกรียติยศ
กวางดาว คือ ลก โชคลาภความมั่นคั่ง
นกกระเรียน คือ ซิ่ว หมายถึงอายุยืน

ในตอนที่เราจะกลับกันเกิดเหตุบางประการเราต้องยืนรออยู่ชั้น 2 หลายนาทีเลยครับ รอข้างล่างเซ็ตไฟ เขามาถ่ายรูปคู่แต่งงานกันครับ ตรงเชิงบันได ดูท่า ค้างคาวจะอวยพรให้เราแล้วครับ




วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แผนการท่องเที่ยวเวียดนาม (ตัวอ้างอิง)

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10106316/E10106316.html
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10144107/E10144107.html

ทริปนี้เราจะมีการรีวิว 2 อันนี้เป็นตัวนำทาง เริ่มต้นจาก โฮจิมินท์ - ดาลัด - มุยเน่

2 ธันวาคม  7.00 ขึ้นเครื่องสายการบิน แอร์เอเชีย                 

                 9.30  ถึงโฮจิมินท์ (พอเดินออกจากสนามบินเลี้ยวขวา ประมาณ 500 เมตร จะเห็นรถจอดรออยู่    รถจะผ่านแถวฟามงูเหลาและไปสุดสายใกล้ๆกับสถานีแถวตลาดเบนถาน ราคาค่ารถเท่าที่ทราบมาตอนแรก คือ 3,000 ดอง บวกสัมภาระอีกชิ้นละ 3,000 ดอง รวมเป็น 6,000 ดอง แต่ตอนผมขึ้นจริง โดนเรียกที่ 10,000 ดองต่อคนครับ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่ 10,000 ดองก็แค่ 15 บาทโดยประมาณ ยังไงก็ถูกมากอยู่ดีครับ อย่างไรก็ตามเท่าที่ทราบมารถสาย 152 จะวิ่งถึงแค่ 18.30 น) 

                 10.30 ฟามงูหลาม เป็นสถานที่สำหรับแบ๊คแพคเกอร์ ที่พัก ผับ บาร์ แลกเงิน ซื้อทัวร์ โดยสถานที่นี้เป็นที่จอดรถตั๋วไปต่างจังหวัด  เราจะมาซื้อตั๋วไปดาลัดรอบ 23.45 ซึ่งจะไปถึงดาลัดเช้าประหยัดที่นอน 1 คืน

(สถานที่เที่ยว  จัตุรัสโฮจิมินห์   โอเปร่าเฮ้าส์  โบสถ์นอร์ธเธอดาม  ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์  ทำเนียบอดีตประธานาธิบดี เวียดนามใต้  Revolutionary Museum   War Remnants Museum   Water Puppet show    พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์  
สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ ZOO & BOTANIC GARDENS)

กินข้าว
1.Kim Café  (ดูตัวสีแดงหมายเลข 1 ตามแผนที่ครับ)
ที่นี่เป็นร้านยอดนิยมสำหรับฝรั่งแบคแพคเกอร์ทั้งหลายที่มาพักย่านฟามงูเหลาครับ ได้คะแนนรีวิวตามเวบสูงมาก คงเป็นเพราะอาหารราคาไม่แพง รสชาติดี
2.quan an ngon (พอเห็นตลาดเบนถาน ข้ามถนนไปฝั่งตลาดเลยครับ และเดินตรงไปทางถนน  Le Loi เดินไปเรื่อยๆจะเจอร้านไอศกรีม Bach Dang อีกร้านดังของโฮจิมินห์ เลี้ยวซ้ายเลยครับ  หากเลี้ยวซ้ายเท่ากับเราจะอยู่ถนน Pasteur แล้ว เดินตรงไปไม่ไกล จะผ่านพิพิธภัณฑ์ Revolutionary ทางซ้ายมือ ข้ามสี่แยกไปนิดเดียวก็เจอร้านนี้แล้วครับ) คนรีวิวบอกอร่อยกว่าร้านแรก ราคาพอๆกัน
3.ร้านไอศกรีม Bach Dang
4.Tous Les Jours ร้านขนมปัง

      23.45 ขึ้นรถเดินทางไป ดาลัด    ค่ารถโฮจิมินห์-ดาลัด ราคาหน้าตั๋ว  130,000 ดอง (ประมาณ 195 บาท)

3 ธันวาคม    6.00  ถึงดาลัด  
( ราคาแพคเกจทัวร์วันเดย์ทริปในดาลัด หากมาซื้อที่นี่โดยตรง จะมีราคาประมาณ 8 USD )
หาที่พัก แล้วก็เที่ยวตามใจฉัน  แนะนำ tulip hotel  15USD สำหรับห้องคู่

สถานที่เที่ยวดาลัด  
1.ทะเลสาบ Paradise และเจดีย์ Thien Vien (Truclam zen Monastery) นั่งเคเบิลคาร์ 50,000 ดอง  ไปกลับ 70,000 พอลงจากเบิลคาร์จะเข้าเจดีย์ และ ทะเลสาบ พาราไดร์
2.น้ำตกดาตันลา Datanla Waterfall  ค่าเข้าชม 10,000 ดอง roller coaster 30,000 ดอง ไปกลับ 40,000 ดอง ขากลับเป็นขึ้นเนินอย่างเดียว
3.โบสถ์คริสต์ (Da Lat Cathedral) 
4.พระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิเบ๋าได๋  (Baodai’s Summer Palace)  ค่าเข้าชม 10,000 ดอง
5.Crazy House  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่เป็นที่นิยมในดาลัด ราคาค่าเข้าที่นี่  20,000 ดองครับ และที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 10 Houses to See Before You Die ด้วยนะครับ
6.สถานีรถไฟดาลัด (GA DALAT) เป็นสถานีรถไฟที่สวยและน่ารักมากทีเดียว และถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดในเมืองดาลัดด้วย
7.Valley of Love หรือหุบเขาแห่งความรัก   ค่าเข้าชม 20,000 ดอง หากซื้อแพคเกจทัวร์มา ราคาจะรวมในค่าทัวร์แล้ว
8.Tranh Theu Tay Tren Lua XQ  (XQ Hand Embroidery Center) สถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Valley of Love นิดเดียว
9.สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด (Dalat Flower Gardens)  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบซวนฮวง   ค่าเข้าชม 10,000 ดอง
10.โบสถ์คอนแวนต์โดเมนเดอมารี  (Domaine de Marie Convent)  
11.ทะเลสาบ Xuan Huong   ตั้งอยู่ใจกลางเมืองดาลัด  เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งสำคัญของชาวเมืองดาลัด 

***ไวน์ดาลัด  มาดาลัดต้องซื้อไวน์ครับ  ราคาแบบมาตรฐานจะอยู่ที่ขวดละ 40,000 ดองเท่านั้น ส่วนเกรดซุปพีเรียร์ ดีหน่อยจะตกขวดละ 60,000 ดองครับ ถือว่าถูกมากๆเลย  (สำหรับไอ้ต้น)


จากดาลัดไปมุยเน่  มีรถบัสวันละ 2 รอบ คือ รอบ 7 โมงเช้า และรอบ 12.30 น.รถมาจากที่เวียตซีในราคา 8USD (เหมือนกันครับ ไม่ต้องจองก่อนก็ได้ มาซื้อตั๋วที่ดาลัดเลยถูกกว่า) เป็นรถบัสเล็กๆ เนื่องจากทางจากดาลัดไปมุยเน่ ทางไม่ค่อยดี เลยไม่ค่อยนิยมใช้รถใหญ่วิ่งกัน  รถใช้เวลาวิ่งจากดาลัดมาประมาณ 5 ชั่วโมง


เมืองมุยเน่ 
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ไกลจากที่พักเราเลย  หากคุณขี่มอเตอร์ไซค์ได้ ค่าเช่าประมาณ 200 กว่าบาทเท่านั้น
คนรีวิวเข้าพักที่ small Garden ราคา 22-25 USD แล้วไปกินกุ้งมังกรที่ร้านใกล้ๆ ชื่อ LAM TONG QUAN  ตัวละ 825 บาท (อันนี้ต้องมาคุยกันอีกที) 
1.หมู่บ้านชาวประมง
2.White Sand Dune ที่นี่เป็นที่ๆไกลที่สุดในโปรแกรมทัวร์ อยู่ไกลจากมุยเน่ประมาณ 30 กิโลเมตรได้
3.Red Sand Dune หรือทะเลทรายแดง  ที่นี่จะอยู่ติดกับทะเลเลย คั่นด้วยเพียงถนนเล็กๆเท่านั้น
4.  Fairy Stream ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมุยเน่เท่าใดนัก  หน้าปากทางเข้าครับ


มุยเน่กลับโฮจิมินท์
ค่ารถจากมุยเน่กลับโฮจิมินห์ ราคา 5USD สำหรับรถนั่ง และ 7USD สำหรับรถนอน


อ่านรีวิวจากกระทู้ที่ต้นแนะนำมา ใครจะเพิ่มลดตรงไหนไหม