แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 4 Revolution Musuem

อย่างที่เขา(อีกแล้ว)ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หลังท้องอิ่มเราก็ออกเดินทางกันต่อ เรากางแผนที่ที่ได้มาจากเว็ป Pantip ออกมาเทียบกับถนนดูเส้นทาง ตอนนี้เราอยู่กันที่เลข 1 สีแดง เราจะออกเดิน(ตาม)ทางผ่าน ตลาดเบียนถาน ขึ้นบนไปสถานที่แรกคือ Revorution Museum ตัว G ในแผนที่


รูปหมู่ ณ ตลาดเบียนถาน
ระหว่างเดินไปเราโครตจะมั่นใจยิ่งขึ้นว่าที่เวียดนามเดินทางด้วย มอเตอร์ไซต์ เป็นหลัก ท้องถนนก็จะเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซต์หลากหลายรุ่น ตั้งแต่ มอเตอร์ไซต์รุ่นใหม่จนกระทั่ง มอเตอร์ไซต์ที่น่าจะเหลือแต่เครื่องให้วิ่งได้ แต่ที่เห็นบ่อยๆคือหนุ่มๆกับมอเตอร์ไซต์รุ่นปู่ มันอาจเป็นมรดกประจำตระกูลตกทอดต่อกันมาก็ได้ ซึ่งสิ่งที่ดีมากของเจ้ามอเตอร์ไซต์เวียดนามก็คือ มันไม่ส่งเสียง แว๊นซ์ แว๊นซ์ แว๊นซ์ รำคาญหูเหมือนเมืองไทย หรือ บึ้ม ปึ้ม ปัง เสียงอะไรก็ตามที่เกิดจากการระเบิดของท่อรถมอเตอร์ไซต์ที่บ้านเราชอบทำกัน ถ้ามีละกันการจราจลเกิดแน่นอน

ตอนนี้เราเดินมากันใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว อ้วนถูกพี่คนขายมะพร้าวคุยด้วยชักชวนด้วยภาษามือ ภาษากายเท่าที่จะพอรู้เรื่อง คือเขาจะให้อ้วนไปลองแบกของที่เขาแบกดู คงคิดว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่ไม่เคยเห็นของแบบนี้ แต่เสียใจประเทศไอมี แถมมีเยอะด้วย คุณลุงส่งไม้ผลัดให้อ้วน รอให้เบลล์กดถ่ายรูปก่อนกวักมือเรียกผมเข้าไปแบกต่อ ถ่ายรูปเสร็จ ผมส่งไม้คืนให้ลุง
อ้วนกับท่าสวยๆ ก่อนปิดการขาย

"ได้เวลาปิดการขาย" เสียงอ๊อฟพูดลอยๆออกมา และมันเเป็นจริง ลุงรีบนั่งลงทำท่าจะเฉาะมะพร้าว แต่ก่อนที่ลุงจะเงยหน้าขึ้นมา แก๊งคนไทยไหวตัวทันเดินข้ามถนนไปแล้ว (ไม่คิดเลยว่าวันแรกเราก็จะเจอ CEM (Customer Experience Marketing) ของแท้

หลังจากผ่านเหตุการณ์จากลุงมะพร้าวเราเดินตรงมาอีกหน่อย หันหน้าไปทางขวาก็เจอเข้ากับ Revolution Musuem ซึ่งที่นี่มีค่าเข้าคนละ 15,000 ดอง


Revolution Museum ตามคำโปรย ที่นี่เป็นสถานที่บอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของเวียดนาม ตั้งแต่มีมนุษย์อาศัยอยู่ สร้างสังคม จนถึงการเปลี่ยนระบบการปกครอง เหตุการณ์สำคัญในยุคสมัยหนึ่งของเวียดนาม และอีกอย่างคือที่นี่เป็นสถานที่ที่นิยมมากของคู่รักโฮจิมินห์ครับที่จะมาถ่ายรูปก่อนแต่งงาน หรือ Pre-wedding กัน ถ้าโชคดีวันนี้เราคงได้เจอ


เราเดินเข้าสู่พิพิธภัณฑ์อย่างไร้ระเบียบ และไม่ลืมถ่าย ปืนใหญ่ เครื่องบิน เกวียน ที่ประดับตกแต่งอยู่ด้านนอกก่อนเข้าไป ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา เราแยกกันเป็น 2 กลุ่มเดินดูห้องที่ถูกตกแต่งบอกเรื่องราวต่างๆ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวหลายอย่างแบ่งเป็นห้องๆไป ซึ่งเป็นไปตามคำเปรยและชื่อของมัน เป็นการบอกเล่าถึงการพัฒนา การวิวัฒนาการทางสังคมของชาวโฮจิมินห์ มีตั้งแต่ห้องเปญวน ของใช้สมัยก่อน จนถึงห้องของสิ่งของมงคล ซึ่งห้องที่พวกเราไปใช้เวลากันอยู่นานที่สุดก็คือห้องของมงคลครับ ไม่ใช่ว่างมงาย แต่เพราะห้องนี้ไม่มีศัพท์ไม่มีบรรยาย เราใส่จินตนาการกับสิ่งของได้เต็มที่และคนที่ดูสนุกที่สุดก็คือ อ้วน อ้วนพาเดินดูของชิ้นนู้นทีชิ้นนี้ที อ้วนไม่ได้เก่งด้านประวัติศาสตร์หรือของมงคล แต่จินตนาการของอ้วนสนุกครับ โดยพวกของมงคลส่วนใหญ่ที่นี่จะอิงไปทางแนวจีนซะมาก การไหว้อาวุธ เทพเจ้าต่างๆที่จะเป็นเทพเจ้าทางจีนส่วนใหญ่

ในตอนนั้นผมสงสัยอยู่สิ่งหนึ่งคือประตูซุ้มค้างคาว ค้างคาวเป็นสัตว์มงคลด้านไหนน่าคิดนะครับ ว่าจะเอาสัตว์ร้ายมากันสัตว์ร้าย ค้างคาวก็ยังดูไม่น่ากลัวไม่ร้ายกาจมาก ผมเก็บข้อสงสัยอันนี้ไว้ในใจจนกลับมาถึงไทย จนรู้ว่าจริงๆ ประตูซุ้มค้างคาวอันนี้มันคือ ฮก ลก ซิ่ว ครับ

ฮก ลก ซิ่ว นี่มีหลายแบบครับ แต่นิยมสุดเห็นจะเป็นรูปมนุษย์ โดยในกรณีของสัตว์
ค้างคาว คือ ฮก บุญวาสนา อำนาจ และเกรียติยศ
กวางดาว คือ ลก โชคลาภความมั่นคั่ง
นกกระเรียน คือ ซิ่ว หมายถึงอายุยืน

ในตอนที่เราจะกลับกันเกิดเหตุบางประการเราต้องยืนรออยู่ชั้น 2 หลายนาทีเลยครับ รอข้างล่างเซ็ตไฟ เขามาถ่ายรูปคู่แต่งงานกันครับ ตรงเชิงบันได ดูท่า ค้างคาวจะอวยพรให้เราแล้วครับ




วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 2 หนูน้อยหมวกแดง

 9.15 เครื่องบินลงจอดที่สนามบินโฮจิมินห์เรียบร้อย ปลอดภัยทั้งลำ ผมพึ่งตื่นตอนเครื่องจอดสนิทแล้ว สภาพเพื่อนๆของเราก็ไม่ต่างกัน
หลายคนขยี้ตา หลายคนหันมองซ้ายขวา บรรยากาศมันถึงเร็วมาก 1 ชั่วโมงเท่านั้น ใช้เวลาน้อยกว่าเดินทางจาก ราชเทวีไปลาดพร้าวอีก

ผมลุกหยิบกระเป๋าต่อแถวเดินออกจากเครื่อง ช่วงต่อคิวกำลังเดินออกจาเครื่อง บรรยากาศมันชวนให้หวั่นๆถ้าเดินออกจากเครื่องเห็นวิว แมร่งอยู่ เชียงใหม่ ภูเก็ต อะไรงี้ทำไงวะ!! และภาพแรกของโฮจิมินห์ก็แสดงผ่านแผ่นกระจกให้ได้เห็น (รูปทางขวา) ผมว่าบรรยากาศมันเหมือน โคราช นะ และไม่ใช่ผมคนเดียวด้วยเพราะเสียงที่ตามหลังมาดังชัดเชียวละ

ผมเดินนำออกมาเป็นคนแรกๆ จนมาถึง ตม. อย่างที่บอกอยู่ที่เทคนิคการเลือกช่องของแต่ละคน ผมเลือกแถวที่เดินออกมาไกลหน่อย ต่อหลังคุณลุงคนหนึ่ง เพื่อนๆก็เลือกช่องกันตามสะดวก สั้นบ้างยาวบ้างไม่เกิน 1-2 คิว คุณลุงด้านหน้าชาวเวียดนามเดินเข้าช่อง บรรยากาศมันดูเป็นการแข่งขันน้อยๆ ผมว่าคงรู้สึกกันทุกคนเวลาเข้าช่องไหนแล้วเราไปเร็วกว่าเหมือนผู้ชนะดี ซึ่งเกมส์นี้ผมเหมือนจะเป็นผู้ชนะแต่ คุณลุงข้างหน้ากับพี่ตม. ดูจะเป็นเพื่อนบ้านกัน ทักทาย ยิ้มแย้ม คุยกันยาวเชียว ถ้าเข้าใจภาษาเวียดนาม เราอาจจะได้รู้ว่า คุณลุงคนนี้ไปเที่ยวที่ไหนมา? บรรยากาศเป็นยังไง ลูกสาวสบายดีไหม ลูกชายเป็นยังไง เอาเป็นว่าคุยกันยาวววววววววววเลยละ (แน่นอนผมออกมาคนสุดท้าย)

 เราเดินไปเอากระเป๋าแล้วก็เดินตามกันไปจนถึงทางออก สนามบินที่นี่ไม่ใหญ่(เวอร์)แบบบ้านเรา น่ารักๆเหมือนเป็นออฟฟิสทำงาน เดินนิดเดียวเราก็หลุดออกมา หนุ่มๆสาวๆเวียดนามยืนรอกันเต็มไม่ต่างจากทุกที่ถือป้ายชื่อคนนู้นคนนี้ ชื่อทัวร์นู้นทัวร์นี้ เราเดินผ่านมาเลี้ยวขวาไปทางที่รถเมล์จอด เมื่อหันกลับมามองก็ต้องตกใจ คนที่เดินมามีแค่ ผม แอปเปิ้ล แฟง มะนาว คนอื่นหายไปไหน!!!!

ผมอาสาเดินกลับไปดู แต่โดนสะกัดด้วยผู้ยามชาวเวียดนาม 2 คน (รูปทางซ้าย อันนี้แค้นตามไปเก็บภาพจากไกลๆ) ภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยแข็งแรงเรียกว่าอ่อนแอก็ได้ แต่พี่ยามทั้งสองคนไม่เป็นเลย พูอภาษาเวียดมา #$%^!%($^!#%))_#&^ พร้อมท่าผลักมือออก เอาเป็นว่าเข้าไม่ได้ ผมเห็นพวก ต้นอ้วนเบลล์อ๊อฟตอง อยู่บริเวณหน้าประตูทางออก ไม่ไกลมากเลยเดินไปแซกๆอยู่ในกลุ่มชาวเวียดนามชูป้าย แล้วตะโกนเรียกเบลล์มาคุย จึงได้รู้ว่ากลุ่มนั้นเขากำลังวางแผนแลกเงินอยู่สำหรับค่ารถเมล์และค่าอาหารนิดหน่อย ก่อนจะเข้าไปแลกที่ร้านทองบริเวณตลาดเบียนถาน ซึ่งเรตน่าจะดีกว่า



บรรยากาศเข้าบ้าน AF
(รถสาย 152 ไปฟามงูเหลา)
 พอแลกเงินเสร็จเราก็มารวมตัวกัน พร้อมขึ้นรถเพื่อเดินทางเข้าตัวเมือง รถสาย 152 ตามรีวิวค่ารถจะคนละ 6,000 ดอง และ ค่ากระเป๋า 3,000 ดอง
เราเดินขึ้นไปจับจองที่นั่งด้านหลังกระเป๋าวางเบียดเสียดกัน โซนด้านหลังมีสาวเวียดนามอยู่ 1 คน (ต้นเข้าประกบเรียบร้อย) เราจัดที่นั่งกันเสร็จพี่คนขับก็มาทำท่าเร่งรีบ ทำมือวนๆ ถามว่ามากี่คน เราตอบ 9 เขาก็บอกจำนวนเงินมา 100,000 ดอง แล้วรีบเดินจากไป ปล่อยให้คนไทยที่มีข้อมูลนั่งงงและสับสนนิดหน่อย แต่ทำอะไรไม่ได้พอพี่คนขับกลับมาก็จ่ายเงินไป (โดนไปประมาณ 15 บาทไม่เป็นไร)




บรรยากาศบนรถ
    รถเริ่มวิ่งออกจากสนามบิน กลุ่มคนไทย 9 คนก็เริ่มเสียงดัง เหมือนเวลาเราไปบ้านนอก ทุกอย่างตื่นตาตื่นใจ ตอนนี้อยู่ที่ไหน มีอะไรที่รู้จักบ้างน้า ดูนั้นซิ ดูนู้นซิ โหวกเหวกโวยวาย ตามแบบคนไทยไม่ต้องแปลกใจครับ ^^

ผ่านไปซักระยะจึงสังเกตุ สาวเวียดนามคนข้างต้นสวมฮู้ดแดงเรียบร้อยแล้ว ผมว่าเขาคงรำคาญคนไทยกลุ่มนี้เต็มที ถ้าสังเกตุไม่ผิดมีจังหวะที่หยิบ Iphone ออกมาเร่งเสียงเพลงที่ฟังอยู่ด้วย!! ผมเข้าใจบรรยากาศตอนนี้คงเหมือนเรานั่งแล้วมีมนุษย์ต่างดาวคุยภาษาXXอะไรไม่รู้รอบตัว

สาวน้อยหมวกแดงผู้โดนคนไทยล้อมรอบ

"เมิงว่าเขาฟังเรารู้เรื่องป่ะวะ" ใครซักคนเปิดประเด็น
"สวัสดีจ้า" อ้วนร้องทัก สาวหมวกแดงไม่หัน เอาเป็นว่าไม่รู้เรื่อง
เราจึงเริ่มประโยคสนทนาที่ว่าเขาคงรำคาญเราขนาดไหน เราแอบเป็นห่วงเขาก็อย่างที่บอกไปตอนแรก มันคงเหมือนอยู่ในกลุ่มมนุษย์ต่างดาว คุยไรกันวะ ตามภาษามนุษย์ลองฟังไม่รู้เรื่องแล้วเห็นมองมาทางเรา แมร่งด่าตูชัวร์ นินทาไรเราป่าววะ

พวกเราเป็นห่วงเขาจริงๆ และคิดว่าเขาก็คงเป็นห่วงเราแอบคิดถึงเราและด่าเราในใจอยู่เป็นแน่แท้




_________________________________________________________________________________

ตอนต่อไป  ตอนที่ 3 Vietsea & Kim Cafe

    "ข้างหน้าเนี่ยฟามงูเหลา" เรายืนอยู่บริเวณ 3 แยก ข้างหน้าซอยฟามงูเหลาบรรยากาศเหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา
    "ไปซื้อทัวร์ Vietsea กับ Sim3G ก่อนเนอะแล้วไปกินข้าวกัน"  ทุกคน OK ตามนี้
    "แล้วไปทางไหนต่อวะ Vietsea" ผมเปิดข้อมูลหา พลิกกลับไปกลับมา
    "เอ่อ? มันไม่บอกวะ"

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 1 วิ่งแบบสบายๆ


4.00 น.  "โฮ่งโฮ่ง   โฮ่งโฮ่ง   โฮ่งโฮ่ง"  ผมเอื้อมมือไปหยิบ Iphone ลูบไล้มัน 2-3 ทีให้ปิดคำสั่งนาฬิกาปลุก พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นแต่ได้เวลาตื่นแล้ว เดินออกจากห้องนอนหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ

5.00 น. ผม ตอง อ๊อฟ เช็คของกันครั้งสุดท้าย เตรียมพร้อมจะออกเดินทาง เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเราเช็คกับอ้วน อ้วนใกล้มาถึงแล้ว ส่วน ต้น เบลล์ แอปเปิ้ล ออกจากที่พักของแต่ละคนอยู่ระหว่างทางไปสนามบิน แฟงกับมะนาวที่เช็คอินทางอินเตอร์เน็ตเรียบร้อย จะตามออกมาช้าหน่อยให้เราโหลตกระเป๋ากันไปก่อนเลย  

5.15 น. อ้วนมาถึงแล้ว เกิดเหตุสุดวิสัย Taxi มึนทางนิดหน่อยทำให้มาช้า  Taxi ที่เราให้ทางคอนโดเรียกให้ก็มาถึงพอดี เราโยนกระเป๋าขึ้นท้ายรถ นั่งประจำที่แล้วออกเดินทางสู้สนามบินสุวรรณภูมิ

5.30 น.  Taxi ที่เรานั่งออกมาได้ยังไม่ถึงไหน แอปเปิ้ลก็โทรมา "โตโต้ ตอนนี้อยู่ไหนกันแล้ว คนที่ Gate Airasia เยอะมากกกกกกก มากันเป็นหมื่น" (น้ำเสียงของจริงยิ่งกว่านี้มาก)  "รีบๆมานะ เดี๋ยวไปไม่ทัน ตม.น่าจะนานอยู่" แอปเปิ้ลพูดเร่งก่อนวางสายไป เครื่องของเราเป็นเที่ยว 7.50 แต่เราคิดว่าคนต้องเยอะและอยากสบายๆ เดิน Duty Free ชิวๆก่อนขึ้นเครื่องจึงนัดกันก่อนให้มาเจอกันซัก 6.00 โมงที่สนามบิน ซึ่งจริงๆเวลานี้ก็น่าจะทันพอดีแต่...........

6.05 น. (น่าจะเวลานี้นะ)พวกเรามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เลยจากเวลานัดไปนิดหน่อย เบลล์ แอปเปิ้ล ต้น รออยู่ก่อนแล้ว ผมหยิบรหัส Booking ขึ้นมาเดินไปหาพี่พนักงาน ทำหน้ามึนๆ(ประมาณสอนผมหน่อย) พี่เขาก็เข้าใจเป็นอย่างดี จิ้มๆหน้าจอแล้วให้เราใส่รหัสจอง ผมกับแอปเปิ้ลนั่งด้วยกัน แต่มีทางเดินตรงกลางกั้น อ๊อฟ ตอง เบลล์ ต้น อ้วน นั่งอยู่แถวหลัง แบบกระจายตัวนิดหน่อย พวกเราเดินเข้าไปเตรียมโหลตกระเป๋าผมพึ่งสังเกตุ คนแมร่งเยอะจริงด้วย Airasia ล้วนๆ แถวแต่ละแถวจะยาวไปไหนฟะ

6.30 น. พวกเราโหลตกระเป๋ากันเสร็จแล้ว แฟงกับมะนาวยังมาไม่ถึง เราตกลงกันว่าจะรอแฟงกับมะนาวที่โหลตกระเป๋า ส่วนใครมีธุระจะไปซื้อของใน Duty Free ก็ให้ไปกันก่อนเลย ซึ่งก็คือ สาวๆไปซื้อของ หนุ่มๆมายืนรอ 

6.40 น. เราโทรหาแฟง แฟงบอกใกล้ถึงแล้วกำลังเลี้ยวเข้าละ

6.50 น. แฟงกับมะนาวมาถึง โชคดีที่แฟง Check in มาแล้ว มาต่อแถวโหลตกระเป๋าแปปเดียวก็เสร็จเรียบร้อย เรารีบเดินกึ่งวิ่ง (เดินเร็วๆนั่นละ) ไปที่ ตม. กลุ่มสาวๆก่อนหน้าโทรมาบอกว่า ให้มา ตม. อันในสุดคนน้อยกว่า เราไม่มีเวลาสงสัยว่าจริงไหมได้แต่รีบเดินไป เพราะ 7.10 จะ Broding pass แล้ว

เรามาถึง ตม. คนไม่เยอะมากต่อกันประมาณ 7-9 คิว แล้วแต่เทคนิคการเลือกช่องของแต่ละคน

ผ่านด่านตรวจร่างกายมาแบบสบายๆ แต่ใช้เวลาแต่งตัวกลับเหมือนเดิมซักพัก เพราะต้องถอดเข็มขัดกับรองเท้าด้วย = =" 

เรามารวมตัวกันด้านหน้าร้านน้ำหอม ต้นที่มาทีหลังซื้อของเสร็จแล้ว แต่สาวๆที่มากันก่อนยังไม่เสร็จ เราจึงเดินไปตามหาที่ละคน แล้วเร่งๆให้ตัดสินใจ เพราะตอนที่เราผ่านมาถึงตรงนี้เวลาก็ 7.20 แล้ว (และก็ได้ปะป๋าของเปิ้ลโทรมาช่วยเร่งอีกรายหลังจากโทรมาเช็คลูกสาว และรู้ว่าลูกสาวยังไม่ไปที่ Gate อีก)

7.25 น. เรากำลังเดินอย่างสบายใจไปที่ Gate ขึ้นเครื่อง เสียงตามสายก็ประกาศถึงเที่ยวบินของเราพร้อมประกาศ Last Call พร้อมกับเหตุการณ์ป้ายบอก Gate ขึ้นสถานะ ขึ้นเครื่องด่วน!!! เราจึงเริ่มวิ่งกัน ต้นออกตัวไปคนแรก อ้วนวิ่งตาม เราทุกคนจึงวิ่งงงง

7.30 น. จากการวิ่งมาของคน 9 คนเรามาถึงหน้า Gate และ ยังต้องต่อแถวอยู่ ยังไม่ให้ขึ้นเครื่อง
แล้วจะประกาศ Last Call ทำไมครับ = =  เรา  9 คนจึงยืนต่อแถวพร้อมหายใจหอบกันคนละ 17-18 ที ก่อนจะเริ่มตรวจตั๋ววว

7.50 น. พวกเรานั่งกันประจำที่เรียบร้อย เครื่องเตรียมตัวออก พี่ๆแอร์สาวชุดแดงออกมาสาธิตการใช้อุปกรณ์ ต้นหยิบกล้องออกมาจากกระเป๋า เตรียมยกขึ้นส่อง เสียงตามสายก็ประกาศ ให้งดถ่ายรูป พี่แอร์สุดสวยข้างหลังคงเห็นเข้า พวกเราหันมองกันยิ้มๆ เอาแต่เริ่มเลย 

เครื่องบินเร่งเครื่องเตรียมทะยาน "แควก แควก แควก" (ผมพยายามจำลองเสียงให่เหมือนอยู่) เสียงประมาณเหมือนเสียดสี แสควซแผ่นก่อนเครื่องออก ผมกับเปิ้ลที่นั่งข้างกันหันมองหน้ากันแล้วยิ้มๆ

เครื่องบินทะยานขึ้นสูง ภาพทิวทัศน์เมืองเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ เมืองไทยดูเล็กลงเรื่อยๆจนมองไม่เห็น
8 วันนี้ขอไปที่ยวต่างเมืองหน่อย ห่างกันซักพักนะเมืองไทย ไว้ผ่านไป 8 วันแล้วกลับมารักกันใหม่




(เรามาถึงสนามบินพร้อมโหลตกระเป๋าขึ้นเครื่อง)

(บรรยากาศหลังวิ่งมาที่ Gate ต่อแถวยาวเชียว)