รถสาย 152 ยังวิ่งต่อไป คนไทยยังเสียงดังต่อไป
สองข้างทางค่อยๆเปลี่ยนผ่าน แต่สิ่งที่ไม่เคยหายจากวิวข้างหน้าต่างของรถคือ ภาพคนขี้มอเตอร์ไซต์ ที่นี่มอเตอร์ไซต์เยอะมากกกกกกกกกก เป็นการคมนาคมหลักของที่นี่ก็ว่าได้ ทุกคนเหมือนผ่านการอบรมท่วงท่าในการขับขี่มาอย่างดี หลังตรง สวมหมวก ตาจ้องไฟท้ายคันหน้า จริงจังแต่น่ารัก
รถเริ่มเข้าตัวเมืองมากขึ้นเริ่ือยๆ (ผมไม่รู้หรอกที่ไหนตัวเมือง แต่ที่เราอยู่มันกลางเมืองวิ่งมาเรื่อยๆก็ต้องเข้าใกล้เรื่อยๆแหละ) ผ่านวงเวียน 1 2 รถเมล์มาจอดที่บริเวณด้านข้างของวนเวียนที่ 2 พี่คนขับหันมาบอกประมาณ Sit Sit Stop Stop ให้พวกเรานั่งอยุ๋ก่อนยังไม่ถึง บริเวณนี้ถ้าเป็นเมืองไทยมันก็คงเป็น อนุสาวรีย์ ที่เป็นศูนย์รวมรถประจำทาง เพราะตอนนี้ด้านหน้าด้านหลังก็มีแต่รถประจำทางจอดเต็มไปหมด แต่ที่นี่จะเป็นอนุสาวรีย์ชัยฯ ย่อส่วนเหลือ 1 ด้าน จาก 4 ด้าน ใช้การหมุนเวียนรถดีๆก็พอ
รถจอดอยู่กับที่ไม่นานก็ขับต่อ ตอนแรกที่เรานั่งมาสวนสาธารณะอยูทางขวามือ ตอนนี้ก็อยู่ทางขวามือแต่อยู่อีกฝั่งของสวน ที่โฮจิมินห์ ต้นไม้สวนค่อนข้างเยอะและใหญ่กว่ากรุงเทพฯของเรามาก ตอนนั่งรถผ่านก็มีถนนเส้นหนึ่งเราเรียกมันว่า ถนนต้นไม้สูง เพราะมันสูงจริงๆสูงกว่าตึก 5-6 ชั้นซะอีก วันไหนว่างๆจะไปเดินเล่นกัน ผ่านไปไม่นานรถก็จอด คุณลุงไล่ให้ลงบอก ฟามงูหลาม ฟามงูหลาม
พวกเราลงจากรถเทียบกันแผนที่ เราอยู่ห่างจาก ฟามงูเหลานิดหน่อยเดินเข้าซอยตามลุงบอกไปก็จะเจอ และหยุดกลาง 3 แยกมีตรงขึ้นไปกับเลี้ยวซ้าย
"ข้างหน้าเนี่ยฟามงูเหลา" เรายืนอยู่บริเวณ 3 แยก ข้างหน้าซอยฟามงูเหลาบรรยากาศเหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา"ไปซื้อทัวร์ Vietsea กับ Sim3G ก่อนเนอะแล้วไปกินข้าวกัน" ผมพูดข้อเสนอที่ตกลงกันไว้ทีแรก ทุกคน OK ตามนี้นะ
"แล้วไปทางไหนต่อวะ Vietsea" ใครศักคนถามขึ้น ผมเปิดข้อมูลหา พลิกกลับไปกลับมา
"เอ่อ? มันไม่บอกวะ"
"เอ่อ ลองถามคนแถวนี้ดูไหม" ใครซักคนในกลุ่มเราเสนอ และทุกคนเห็นพร้อม แต่ชาวเวียดนามคนไหนละจะเป็นเหยื่อของเรา หันซ้ายหันขวา
'นั่นไง ลุงที่นั่งหน้าตาละห้อยอยู่' อ๊อฟเข้าไปคนแรก พร้อมเปิดรูปร้านที่เราจะไป(ต้องขอบคุณเปิ้ลที่ทำข้อมูลมาพร้อมรูปสี)
"Where?" สั่นๆแล้วชี้ เข้าใจชัวร์
คุณลุงมองภาพอยู่ครู่หนึ่ง นึกอีกครู่หนึ่ง แล้วชี้ ชี้ไปทางซอก ซอกเล็กๆพอให้คนเดินสวนกันได้ 2 ข้างทางเป็นบ้านคนแบบ บรรยากาศน่ากลัวๆ เราใช้เวลาปรึกษากันครู่หนึ่งก่อนเดินเข้าไป ไม่ใช่เพราะลุง แต่เพราะเราเห็นฝรั่งตัวโตพร้อมเป้เดินเข้าซอกนั้นไป เราเลยเดินตามกะว่าฝรั่งพาไปถูกที่แน่นอน
หลุดออกซอย(ที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด) มาโผล่เจอถนนใหญ่เลี้ยวซ้ายกับเลี้ยวขวา เราถามทางอีกครั้งคนบอกทางบอกให้เลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยๆ (เขาไม่ได้พูดอย่างนั้นหรอกเขาชี้ๆโบกมือๆเราแปลกันเอง) เราก็เดิมตามเขาไป ระหว่างทางเราก็มองบ้านเลขที่ไป มันน้อยๆลงเรื่อยๆ จาก 199 198 197 196
พวกเราเริ่มสงสัย เพราะจากรูปเราน่าจะมองหาบ้านเลขที่ 211 แต่เรายิ่งเดินบ้านเลขที่ยิ่งน้อยลง ระหว่างถามเราลองถามเพื่อความชัวร์อีกคน ก็ยังชี้ให้ไปทางเดิม จากการอ่านรีวิวคนที่ไปเวียดนามล้วนโดนหลอกกันสนุกสนาน โดนน้อยโดนเยอะ ไม่ต่างกับบ้านเราเท่าไหร่ หรือเรากำลังจะโดนตั้งแต่วันแรกที่มาถึง โอ้วววว อเมซิ่งเวียดนาม แต่ไม่ใช่!!! เราเจอแล้ว
'นั่นไง ลุงที่นั่งหน้าตาละห้อยอยู่' อ๊อฟเข้าไปคนแรก พร้อมเปิดรูปร้านที่เราจะไป(ต้องขอบคุณเปิ้ลที่ทำข้อมูลมาพร้อมรูปสี)
"Where?" สั่นๆแล้วชี้ เข้าใจชัวร์
คุณลุงมองภาพอยู่ครู่หนึ่ง นึกอีกครู่หนึ่ง แล้วชี้ ชี้ไปทางซอก ซอกเล็กๆพอให้คนเดินสวนกันได้ 2 ข้างทางเป็นบ้านคนแบบ บรรยากาศน่ากลัวๆ เราใช้เวลาปรึกษากันครู่หนึ่งก่อนเดินเข้าไป ไม่ใช่เพราะลุง แต่เพราะเราเห็นฝรั่งตัวโตพร้อมเป้เดินเข้าซอกนั้นไป เราเลยเดินตามกะว่าฝรั่งพาไปถูกที่แน่นอน
หลุดออกซอย(ที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด) มาโผล่เจอถนนใหญ่เลี้ยวซ้ายกับเลี้ยวขวา เราถามทางอีกครั้งคนบอกทางบอกให้เลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยๆ (เขาไม่ได้พูดอย่างนั้นหรอกเขาชี้ๆโบกมือๆเราแปลกันเอง) เราก็เดิมตามเขาไป ระหว่างทางเราก็มองบ้านเลขที่ไป มันน้อยๆลงเรื่อยๆ จาก 199 198 197 196
![]() |
| Vietsea ที่เราตามหา |
แต่เราก็ยังโดนหลอกอยู่ดีไม่ใช่จากคนเวียดนาม แต่จากภาพเพราะจริงๆที่นี่บ้านเลขที่ 181 แต่ชื่อโรงแรม 211 Hotel ซึ่งมันใหญ่กว่าบ้านเลขที่มาก ทำเอาเราใจเต้น เหงื่อแตก กะว่าโดนต้มแล้วแน่ๆไปแปปนึง
เรามาตกลงราคาทัวร์กับที่นี่ และห้องพักสำหรับฝากกระเป๋า 9 ใบและให้คน 9 คนอยู่ชั่วคราวขณะรอรถ
ซึ่งค่าทัวร์ที่เราเสียทั้งหมด 47$/คน เป็นค่า
- รถทัวร์นอน(นั่งเอนเบาะ)จากโฮจิมินห์ไปดาลัด 23.15 น.
- ทัวร์ดาลัด 1 วัน พร้อมไกด์ 8.00-17.00
- รถจากดาลัดไปมุยเน่ (รถตู้) 7.00-12.30
- ทัวร์สถานที่มุยเน่ รถจิ๊บ 14.00-18.00
- มุยเน่กลับโฮจิมินห์ 8.00-13.30
| สภาพห้องนอน |
ซึ่งในตอนนั้นคนไทยมือใหม่เราต่อราคารถจิ๊บที่ทัวร์ในมุยเน่ได้ลงคนละ 2 เหรียญก็ดีใจกันใหญ่แต่จริงๆราคาตรงนี้มันยังพอลดได้อีก แต่เพื่อความสะดวกสบายและสบายใจเราก็ OK (ถ้าใครมีโอกาสไปทัวร์เดียวกับเราน่าจะลองต่อให้อยู่ประมาณ 40 ต้นๆ
หลังจากซื้อทัวร์เสร็จเราก็ไปต่อราคาห้องพักบนชั้น 2 ที่เป็นโรงแรม ได้ราคา 30$ ในการเก็บกระเป๋าเข้าไปอาบน้ำและเช็คเอาท์ 23.00 น.
สภาพห้องสะอาด แยกเป็น 2 เตียง มีทีวีซัมซุงจอแบนสำหรับดูทีวี ห้องน้ำในตัว สภาพถือว่าดีมากครับ
ภารกิจซื้อทัวร์กับฝากกระเป๋าเสร็จแล้ว (ไม่เป็นบ้านAFแล้ว) ก็เหลือไปทานข้าว Kim Cafe ตามรีวิวแนะนำและหาซื้อซิม 3G จะได้สามารถติดต่อกันได้และ Social ได้ ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ไปกินข้าวก่อน ซิมค่อยไปเดินหาตอนเดินเที่ยว
Kim Cafe อยู้ไม่ไกลเลยจาก Vietsea เดินกลับไปทางซ้ายนิดหน่อยไม่เกิน 3 นาทีก็ถึงเป็นร้านเหลืองอยู่หัวมุม
เราเดินเข้าร้าน นั่งโต๊ะในชุด บรรยากาศในร้านมีชาวต่างชาติมากินเยอะ อาจจะเพราะอยู่ใกล้แหล่งที่พักของชาวต่างชาติ ร้านนี้ก็เหมือนทุกร้านที่คนกินสูบบุหรี่ได้ตามอัธยาศัย (นี่อาจเป็นข้อเสียใหญ่หลวงของที่นี่สำหรับคนไม่สูบ เพราะจะได้รับการแบ่งปันอยู่ตลอดเวลา) เมนูที่นี่จะเป็นหน้าตาอาหาร มีเบอร์ติด พร้อมคำอธิบาย ทำให้สะดวกทั้งชาวต่างชาติและคนรับเมนู อ่านไม่บอกก็น่าจะบอกเลขได้ บอกเลขไม่ได้ก็ชี้รูปเลย ง่ายและตรงความต้องการแน่นอน

ผมเปิดเมนูดูหลายอย่างน่ากินมีทั้งแบบอาหารต่างชาติ(สเต็ค) อาหารไทย(ผัดไทย) และอาหารเวียดนาม ผมไปสะดุดที่เบอร์ 69 แกงกะหรี่ไก่ ชื่อกับเบอร์เหมาะเจาะมากเลยสั่งเมนูนี้
ซึ่งไม่ผิดหวังครับ ตอนเมนูมาเสริฟตกใจ!! มันเยอะใหญ่มาก แต่อร่อยครับ ซึ่งหลังจากมือแรกเราก็ค้นพบว่าการมาเวียดนาม สั่งเมนูไก่ ได้เยอะ อร่อย ไม่แปลกทานได้ เซฟสุดแล้ว
ยังไงตอนนี้ผมขอทานก่อนละกันนะครับ กลัวมันจะเย็นเสียก่อน!!!!
ขอบคุณภาพอาหารน่าทานจาก http://www.facebook.com/belano.chalermlapsakul ครับ
ภารกิจซื้อทัวร์กับฝากกระเป๋าเสร็จแล้ว (ไม่เป็นบ้านAFแล้ว) ก็เหลือไปทานข้าว Kim Cafe ตามรีวิวแนะนำและหาซื้อซิม 3G จะได้สามารถติดต่อกันได้และ Social ได้ ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ไปกินข้าวก่อน ซิมค่อยไปเดินหาตอนเดินเที่ยว
Kim Cafe อยู้ไม่ไกลเลยจาก Vietsea เดินกลับไปทางซ้ายนิดหน่อยไม่เกิน 3 นาทีก็ถึงเป็นร้านเหลืองอยู่หัวมุม
เราเดินเข้าร้าน นั่งโต๊ะในชุด บรรยากาศในร้านมีชาวต่างชาติมากินเยอะ อาจจะเพราะอยู่ใกล้แหล่งที่พักของชาวต่างชาติ ร้านนี้ก็เหมือนทุกร้านที่คนกินสูบบุหรี่ได้ตามอัธยาศัย (นี่อาจเป็นข้อเสียใหญ่หลวงของที่นี่สำหรับคนไม่สูบ เพราะจะได้รับการแบ่งปันอยู่ตลอดเวลา) เมนูที่นี่จะเป็นหน้าตาอาหาร มีเบอร์ติด พร้อมคำอธิบาย ทำให้สะดวกทั้งชาวต่างชาติและคนรับเมนู อ่านไม่บอกก็น่าจะบอกเลขได้ บอกเลขไม่ได้ก็ชี้รูปเลย ง่ายและตรงความต้องการแน่นอน
ผมเปิดเมนูดูหลายอย่างน่ากินมีทั้งแบบอาหารต่างชาติ(สเต็ค) อาหารไทย(ผัดไทย) และอาหารเวียดนาม ผมไปสะดุดที่เบอร์ 69 แกงกะหรี่ไก่ ชื่อกับเบอร์เหมาะเจาะมากเลยสั่งเมนูนี้
ซึ่งไม่ผิดหวังครับ ตอนเมนูมาเสริฟตกใจ!! มันเยอะใหญ่มาก แต่อร่อยครับ ซึ่งหลังจากมือแรกเราก็ค้นพบว่าการมาเวียดนาม สั่งเมนูไก่ ได้เยอะ อร่อย ไม่แปลกทานได้ เซฟสุดแล้ว
ยังไงตอนนี้ผมขอทานก่อนละกันนะครับ กลัวมันจะเย็นเสียก่อน!!!!
ขอบคุณภาพอาหารน่าทานจาก http://www.facebook.com/belano.chalermlapsakul ครับ
![]() |
| สั่งไก่อิ่มชัวร์ |
![]() |
| ปอเปี๊ยทอด |
![]() |
| เหมือนก๊วยเตี๊ยวลุยสวนแต่เป็นแป้งแหนมเนืองแบบแข็ง (และก็พึ่งรู้ว่าที่เวียดนามกินแป้งกันแบบแข็งๆ) |
![]() |
| รสชาติคล้ายๆขนมไทยอยางหนึ่งอร่อยดีครับ เห็นรูปเหมือนเล็กแต่ใหญ่ใช้ได้เลย |














