วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 3 Vietsea & Kim Cafe

รถสาย 152 ยังวิ่งต่อไป คนไทยยังเสียงดังต่อไป
สองข้างทางค่อยๆเปลี่ยนผ่าน แต่สิ่งที่ไม่เคยหายจากวิวข้างหน้าต่างของรถคือ ภาพคนขี้มอเตอร์ไซต์ ที่นี่มอเตอร์ไซต์เยอะมากกกกกกกกกก เป็นการคมนาคมหลักของที่นี่ก็ว่าได้ ทุกคนเหมือนผ่านการอบรมท่วงท่าในการขับขี่มาอย่างดี หลังตรง สวมหมวก ตาจ้องไฟท้ายคันหน้า จริงจังแต่น่ารัก 

รถเริ่มเข้าตัวเมืองมากขึ้นเริ่ือยๆ (ผมไม่รู้หรอกที่ไหนตัวเมือง แต่ที่เราอยู่มันกลางเมืองวิ่งมาเรื่อยๆก็ต้องเข้าใกล้เรื่อยๆแหละ) ผ่านวงเวียน 1 2 รถเมล์มาจอดที่บริเวณด้านข้างของวนเวียนที่ 2 พี่คนขับหันมาบอกประมาณ Sit Sit Stop Stop ให้พวกเรานั่งอยุ๋ก่อนยังไม่ถึง บริเวณนี้ถ้าเป็นเมืองไทยมันก็คงเป็น อนุสาวรีย์ ที่เป็นศูนย์รวมรถประจำทาง เพราะตอนนี้ด้านหน้าด้านหลังก็มีแต่รถประจำทางจอดเต็มไปหมด แต่ที่นี่จะเป็นอนุสาวรีย์ชัยฯ ย่อส่วนเหลือ 1 ด้าน จาก 4 ด้าน ใช้การหมุนเวียนรถดีๆก็พอ 

รถจอดอยู่กับที่ไม่นานก็ขับต่อ ตอนแรกที่เรานั่งมาสวนสาธารณะอยูทางขวามือ ตอนนี้ก็อยู่ทางขวามือแต่อยู่อีกฝั่งของสวน ที่โฮจิมินห์ ต้นไม้สวนค่อนข้างเยอะและใหญ่กว่ากรุงเทพฯของเรามาก ตอนนั่งรถผ่านก็มีถนนเส้นหนึ่งเราเรียกมันว่า ถนนต้นไม้สูง เพราะมันสูงจริงๆสูงกว่าตึก 5-6 ชั้นซะอีก วันไหนว่างๆจะไปเดินเล่นกัน ผ่านไปไม่นานรถก็จอด คุณลุงไล่ให้ลงบอก ฟามงูหลาม ฟามงูหลาม 

พวกเราลงจากรถเทียบกันแผนที่ เราอยู่ห่างจาก ฟามงูเหลานิดหน่อยเดินเข้าซอยตามลุงบอกไปก็จะเจอ และหยุดกลาง 3 แยกมีตรงขึ้นไปกับเลี้ยวซ้าย 
"ข้างหน้าเนี่ยฟามงูเหลา" เรายืนอยู่บริเวณ 3 แยก ข้างหน้าซอยฟามงูเหลาบรรยากาศเหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา
"ไปซื้อทัวร์ Vietsea กับ Sim3G ก่อนเนอะแล้วไปกินข้าวกัน" ผมพูดข้อเสนอที่ตกลงกันไว้ทีแรก ทุกคน OK ตามนี้นะ
"แล้วไปทางไหนต่อวะ Vietsea" ใครศักคนถามขึ้น ผมเปิดข้อมูลหา พลิกกลับไปกลับมา
"เอ่อ? มันไม่บอกวะ" 
ซอกเล็กที่ลุงแนะนำ

"เอ่อ ลองถามคนแถวนี้ดูไหม" ใครซักคนในกลุ่มเราเสนอ และทุกคนเห็นพร้อม แต่ชาวเวียดนามคนไหนละจะเป็นเหยื่อของเรา หันซ้ายหันขวา
'นั่นไง ลุงที่นั่งหน้าตาละห้อยอยู่' อ๊อฟเข้าไปคนแรก พร้อมเปิดรูปร้านที่เราจะไป(ต้องขอบคุณเปิ้ลที่ทำข้อมูลมาพร้อมรูปสี) 
"Where?" สั่นๆแล้วชี้ เข้าใจชัวร์
คุณลุงมองภาพอยู่ครู่หนึ่ง นึกอีกครู่หนึ่ง แล้วชี้ ชี้ไปทางซอก ซอกเล็กๆพอให้คนเดินสวนกันได้ 2 ข้างทางเป็นบ้านคนแบบ บรรยากาศน่ากลัวๆ เราใช้เวลาปรึกษากันครู่หนึ่งก่อนเดินเข้าไป ไม่ใช่เพราะลุง แต่เพราะเราเห็นฝรั่งตัวโตพร้อมเป้เดินเข้าซอกนั้นไป เราเลยเดินตามกะว่าฝรั่งพาไปถูกที่แน่นอน
หลุดออกซอย(ที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด) มาโผล่เจอถนนใหญ่เลี้ยวซ้ายกับเลี้ยวขวา เราถามทางอีกครั้งคนบอกทางบอกให้เลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยๆ (เขาไม่ได้พูดอย่างนั้นหรอกเขาชี้ๆโบกมือๆเราแปลกันเอง) เราก็เดิมตามเขาไป ระหว่างทางเราก็มองบ้านเลขที่ไป มันน้อยๆลงเรื่อยๆ จาก 199 198 197 196 
Vietsea ที่เราตามหา
พวกเราเริ่มสงสัย เพราะจากรูปเราน่าจะมองหาบ้านเลขที่ 211 แต่เรายิ่งเดินบ้านเลขที่ยิ่งน้อยลง ระหว่างถามเราลองถามเพื่อความชัวร์อีกคน ก็ยังชี้ให้ไปทางเดิม จากการอ่านรีวิวคนที่ไปเวียดนามล้วนโดนหลอกกันสนุกสนาน โดนน้อยโดนเยอะ ไม่ต่างกับบ้านเราเท่าไหร่ หรือเรากำลังจะโดนตั้งแต่วันแรกที่มาถึง โอ้วววว อเมซิ่งเวียดนาม แต่ไม่ใช่!!! เราเจอแล้ว

แต่เราก็ยังโดนหลอกอยู่ดีไม่ใช่จากคนเวียดนาม แต่จากภาพเพราะจริงๆที่นี่บ้านเลขที่ 181 แต่ชื่อโรงแรม 211 Hotel ซึ่งมันใหญ่กว่าบ้านเลขที่มาก ทำเอาเราใจเต้น เหงื่อแตก กะว่าโดนต้มแล้วแน่ๆไปแปปนึง

เรามาตกลงราคาทัวร์กับที่นี่ และห้องพักสำหรับฝากกระเป๋า 9 ใบและให้คน 9 คนอยู่ชั่วคราวขณะรอรถ
ซึ่งค่าทัวร์ที่เราเสียทั้งหมด 47$/คน เป็นค่า
  -  รถทัวร์นอน(นั่งเอนเบาะ)จากโฮจิมินห์ไปดาลัด   23.15 น.   
  -  ทัวร์ดาลัด 1 วัน พร้อมไกด์           8.00-17.00        
  -  รถจากดาลัดไปมุยเน่ (รถตู้)          7.00-12.30      
                                                        -  ทัวร์สถานที่มุยเน่ รถจิ๊บ                14.00-18.00  
                                                        -  มุยเน่กลับโฮจิมินห์                       8.00-13.30       
สภาพห้องนอน
ซึ่งในตอนนั้นคนไทยมือใหม่เราต่อราคารถจิ๊บที่ทัวร์ในมุยเน่ได้ลงคนละ 2 เหรียญก็ดีใจกันใหญ่แต่จริงๆราคาตรงนี้มันยังพอลดได้อีก แต่เพื่อความสะดวกสบายและสบายใจเราก็ OK (ถ้าใครมีโอกาสไปทัวร์เดียวกับเราน่าจะลองต่อให้อยู่ประมาณ 40 ต้นๆ 

หลังจากซื้อทัวร์เสร็จเราก็ไปต่อราคาห้องพักบนชั้น 2 ที่เป็นโรงแรม ได้ราคา 30$ ในการเก็บกระเป๋าเข้าไปอาบน้ำและเช็คเอาท์ 23.00 น. 
สภาพห้องสะอาด แยกเป็น 2 เตียง มีทีวีซัมซุงจอแบนสำหรับดูทีวี ห้องน้ำในตัว สภาพถือว่าดีมากครับ 


ภารกิจซื้อทัวร์กับฝากกระเป๋าเสร็จแล้ว (ไม่เป็นบ้านAFแล้ว) ก็เหลือไปทานข้าว Kim Cafe ตามรีวิวแนะนำและหาซื้อซิม 3G จะได้สามารถติดต่อกันได้และ Social ได้ ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ไปกินข้าวก่อน ซิมค่อยไปเดินหาตอนเดินเที่ยว
Kim Cafe อยู้ไม่ไกลเลยจาก Vietsea เดินกลับไปทางซ้ายนิดหน่อยไม่เกิน 3 นาทีก็ถึงเป็นร้านเหลืองอยู่หัวมุม 
เราเดินเข้าร้าน นั่งโต๊ะในชุด บรรยากาศในร้านมีชาวต่างชาติมากินเยอะ อาจจะเพราะอยู่ใกล้แหล่งที่พักของชาวต่างชาติ ร้านนี้ก็เหมือนทุกร้านที่คนกินสูบบุหรี่ได้ตามอัธยาศัย (นี่อาจเป็นข้อเสียใหญ่หลวงของที่นี่สำหรับคนไม่สูบ เพราะจะได้รับการแบ่งปันอยู่ตลอดเวลา) เมนูที่นี่จะเป็นหน้าตาอาหาร มีเบอร์ติด พร้อมคำอธิบาย ทำให้สะดวกทั้งชาวต่างชาติและคนรับเมนู อ่านไม่บอกก็น่าจะบอกเลขได้ บอกเลขไม่ได้ก็ชี้รูปเลย ง่ายและตรงความต้องการแน่นอน



ผมเปิดเมนูดูหลายอย่างน่ากินมีทั้งแบบอาหารต่างชาติ(สเต็ค) อาหารไทย(ผัดไทย) และอาหารเวียดนาม ผมไปสะดุดที่เบอร์ 69 แกงกะหรี่ไก่ ชื่อกับเบอร์เหมาะเจาะมากเลยสั่งเมนูนี้

ซึ่งไม่ผิดหวังครับ ตอนเมนูมาเสริฟตกใจ!! มันเยอะใหญ่มาก แต่อร่อยครับ ซึ่งหลังจากมือแรกเราก็ค้นพบว่าการมาเวียดนาม สั่งเมนูไก่ ได้เยอะ อร่อย ไม่แปลกทานได้ เซฟสุดแล้ว


ยังไงตอนนี้ผมขอทานก่อนละกันนะครับ กลัวมันจะเย็นเสียก่อน!!!!


ขอบคุณภาพอาหารน่าทานจาก http://www.facebook.com/belano.chalermlapsakul ครับ
สั่งไก่อิ่มชัวร์

ปอเปี๊ยทอด


เหมือนก๊วยเตี๊ยวลุยสวนแต่เป็นแป้งแหนมเนืองแบบแข็ง
(และก็พึ่งรู้ว่าที่เวียดนามกินแป้งกันแบบแข็งๆ)


รสชาติคล้ายๆขนมไทยอยางหนึ่งอร่อยดีครับ เห็นรูปเหมือนเล็กแต่ใหญ่ใช้ได้เลย

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 2 หนูน้อยหมวกแดง

 9.15 เครื่องบินลงจอดที่สนามบินโฮจิมินห์เรียบร้อย ปลอดภัยทั้งลำ ผมพึ่งตื่นตอนเครื่องจอดสนิทแล้ว สภาพเพื่อนๆของเราก็ไม่ต่างกัน
หลายคนขยี้ตา หลายคนหันมองซ้ายขวา บรรยากาศมันถึงเร็วมาก 1 ชั่วโมงเท่านั้น ใช้เวลาน้อยกว่าเดินทางจาก ราชเทวีไปลาดพร้าวอีก

ผมลุกหยิบกระเป๋าต่อแถวเดินออกจากเครื่อง ช่วงต่อคิวกำลังเดินออกจาเครื่อง บรรยากาศมันชวนให้หวั่นๆถ้าเดินออกจากเครื่องเห็นวิว แมร่งอยู่ เชียงใหม่ ภูเก็ต อะไรงี้ทำไงวะ!! และภาพแรกของโฮจิมินห์ก็แสดงผ่านแผ่นกระจกให้ได้เห็น (รูปทางขวา) ผมว่าบรรยากาศมันเหมือน โคราช นะ และไม่ใช่ผมคนเดียวด้วยเพราะเสียงที่ตามหลังมาดังชัดเชียวละ

ผมเดินนำออกมาเป็นคนแรกๆ จนมาถึง ตม. อย่างที่บอกอยู่ที่เทคนิคการเลือกช่องของแต่ละคน ผมเลือกแถวที่เดินออกมาไกลหน่อย ต่อหลังคุณลุงคนหนึ่ง เพื่อนๆก็เลือกช่องกันตามสะดวก สั้นบ้างยาวบ้างไม่เกิน 1-2 คิว คุณลุงด้านหน้าชาวเวียดนามเดินเข้าช่อง บรรยากาศมันดูเป็นการแข่งขันน้อยๆ ผมว่าคงรู้สึกกันทุกคนเวลาเข้าช่องไหนแล้วเราไปเร็วกว่าเหมือนผู้ชนะดี ซึ่งเกมส์นี้ผมเหมือนจะเป็นผู้ชนะแต่ คุณลุงข้างหน้ากับพี่ตม. ดูจะเป็นเพื่อนบ้านกัน ทักทาย ยิ้มแย้ม คุยกันยาวเชียว ถ้าเข้าใจภาษาเวียดนาม เราอาจจะได้รู้ว่า คุณลุงคนนี้ไปเที่ยวที่ไหนมา? บรรยากาศเป็นยังไง ลูกสาวสบายดีไหม ลูกชายเป็นยังไง เอาเป็นว่าคุยกันยาวววววววววววเลยละ (แน่นอนผมออกมาคนสุดท้าย)

 เราเดินไปเอากระเป๋าแล้วก็เดินตามกันไปจนถึงทางออก สนามบินที่นี่ไม่ใหญ่(เวอร์)แบบบ้านเรา น่ารักๆเหมือนเป็นออฟฟิสทำงาน เดินนิดเดียวเราก็หลุดออกมา หนุ่มๆสาวๆเวียดนามยืนรอกันเต็มไม่ต่างจากทุกที่ถือป้ายชื่อคนนู้นคนนี้ ชื่อทัวร์นู้นทัวร์นี้ เราเดินผ่านมาเลี้ยวขวาไปทางที่รถเมล์จอด เมื่อหันกลับมามองก็ต้องตกใจ คนที่เดินมามีแค่ ผม แอปเปิ้ล แฟง มะนาว คนอื่นหายไปไหน!!!!

ผมอาสาเดินกลับไปดู แต่โดนสะกัดด้วยผู้ยามชาวเวียดนาม 2 คน (รูปทางซ้าย อันนี้แค้นตามไปเก็บภาพจากไกลๆ) ภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยแข็งแรงเรียกว่าอ่อนแอก็ได้ แต่พี่ยามทั้งสองคนไม่เป็นเลย พูอภาษาเวียดมา #$%^!%($^!#%))_#&^ พร้อมท่าผลักมือออก เอาเป็นว่าเข้าไม่ได้ ผมเห็นพวก ต้นอ้วนเบลล์อ๊อฟตอง อยู่บริเวณหน้าประตูทางออก ไม่ไกลมากเลยเดินไปแซกๆอยู่ในกลุ่มชาวเวียดนามชูป้าย แล้วตะโกนเรียกเบลล์มาคุย จึงได้รู้ว่ากลุ่มนั้นเขากำลังวางแผนแลกเงินอยู่สำหรับค่ารถเมล์และค่าอาหารนิดหน่อย ก่อนจะเข้าไปแลกที่ร้านทองบริเวณตลาดเบียนถาน ซึ่งเรตน่าจะดีกว่า



บรรยากาศเข้าบ้าน AF
(รถสาย 152 ไปฟามงูเหลา)
 พอแลกเงินเสร็จเราก็มารวมตัวกัน พร้อมขึ้นรถเพื่อเดินทางเข้าตัวเมือง รถสาย 152 ตามรีวิวค่ารถจะคนละ 6,000 ดอง และ ค่ากระเป๋า 3,000 ดอง
เราเดินขึ้นไปจับจองที่นั่งด้านหลังกระเป๋าวางเบียดเสียดกัน โซนด้านหลังมีสาวเวียดนามอยู่ 1 คน (ต้นเข้าประกบเรียบร้อย) เราจัดที่นั่งกันเสร็จพี่คนขับก็มาทำท่าเร่งรีบ ทำมือวนๆ ถามว่ามากี่คน เราตอบ 9 เขาก็บอกจำนวนเงินมา 100,000 ดอง แล้วรีบเดินจากไป ปล่อยให้คนไทยที่มีข้อมูลนั่งงงและสับสนนิดหน่อย แต่ทำอะไรไม่ได้พอพี่คนขับกลับมาก็จ่ายเงินไป (โดนไปประมาณ 15 บาทไม่เป็นไร)




บรรยากาศบนรถ
    รถเริ่มวิ่งออกจากสนามบิน กลุ่มคนไทย 9 คนก็เริ่มเสียงดัง เหมือนเวลาเราไปบ้านนอก ทุกอย่างตื่นตาตื่นใจ ตอนนี้อยู่ที่ไหน มีอะไรที่รู้จักบ้างน้า ดูนั้นซิ ดูนู้นซิ โหวกเหวกโวยวาย ตามแบบคนไทยไม่ต้องแปลกใจครับ ^^

ผ่านไปซักระยะจึงสังเกตุ สาวเวียดนามคนข้างต้นสวมฮู้ดแดงเรียบร้อยแล้ว ผมว่าเขาคงรำคาญคนไทยกลุ่มนี้เต็มที ถ้าสังเกตุไม่ผิดมีจังหวะที่หยิบ Iphone ออกมาเร่งเสียงเพลงที่ฟังอยู่ด้วย!! ผมเข้าใจบรรยากาศตอนนี้คงเหมือนเรานั่งแล้วมีมนุษย์ต่างดาวคุยภาษาXXอะไรไม่รู้รอบตัว

สาวน้อยหมวกแดงผู้โดนคนไทยล้อมรอบ

"เมิงว่าเขาฟังเรารู้เรื่องป่ะวะ" ใครซักคนเปิดประเด็น
"สวัสดีจ้า" อ้วนร้องทัก สาวหมวกแดงไม่หัน เอาเป็นว่าไม่รู้เรื่อง
เราจึงเริ่มประโยคสนทนาที่ว่าเขาคงรำคาญเราขนาดไหน เราแอบเป็นห่วงเขาก็อย่างที่บอกไปตอนแรก มันคงเหมือนอยู่ในกลุ่มมนุษย์ต่างดาว คุยไรกันวะ ตามภาษามนุษย์ลองฟังไม่รู้เรื่องแล้วเห็นมองมาทางเรา แมร่งด่าตูชัวร์ นินทาไรเราป่าววะ

พวกเราเป็นห่วงเขาจริงๆ และคิดว่าเขาก็คงเป็นห่วงเราแอบคิดถึงเราและด่าเราในใจอยู่เป็นแน่แท้




_________________________________________________________________________________

ตอนต่อไป  ตอนที่ 3 Vietsea & Kim Cafe

    "ข้างหน้าเนี่ยฟามงูเหลา" เรายืนอยู่บริเวณ 3 แยก ข้างหน้าซอยฟามงูเหลาบรรยากาศเหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา
    "ไปซื้อทัวร์ Vietsea กับ Sim3G ก่อนเนอะแล้วไปกินข้าวกัน"  ทุกคน OK ตามนี้
    "แล้วไปทางไหนต่อวะ Vietsea" ผมเปิดข้อมูลหา พลิกกลับไปกลับมา
    "เอ่อ? มันไม่บอกวะ"

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 1 วิ่งแบบสบายๆ


4.00 น.  "โฮ่งโฮ่ง   โฮ่งโฮ่ง   โฮ่งโฮ่ง"  ผมเอื้อมมือไปหยิบ Iphone ลูบไล้มัน 2-3 ทีให้ปิดคำสั่งนาฬิกาปลุก พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นแต่ได้เวลาตื่นแล้ว เดินออกจากห้องนอนหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ

5.00 น. ผม ตอง อ๊อฟ เช็คของกันครั้งสุดท้าย เตรียมพร้อมจะออกเดินทาง เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเราเช็คกับอ้วน อ้วนใกล้มาถึงแล้ว ส่วน ต้น เบลล์ แอปเปิ้ล ออกจากที่พักของแต่ละคนอยู่ระหว่างทางไปสนามบิน แฟงกับมะนาวที่เช็คอินทางอินเตอร์เน็ตเรียบร้อย จะตามออกมาช้าหน่อยให้เราโหลตกระเป๋ากันไปก่อนเลย  

5.15 น. อ้วนมาถึงแล้ว เกิดเหตุสุดวิสัย Taxi มึนทางนิดหน่อยทำให้มาช้า  Taxi ที่เราให้ทางคอนโดเรียกให้ก็มาถึงพอดี เราโยนกระเป๋าขึ้นท้ายรถ นั่งประจำที่แล้วออกเดินทางสู้สนามบินสุวรรณภูมิ

5.30 น.  Taxi ที่เรานั่งออกมาได้ยังไม่ถึงไหน แอปเปิ้ลก็โทรมา "โตโต้ ตอนนี้อยู่ไหนกันแล้ว คนที่ Gate Airasia เยอะมากกกกกกก มากันเป็นหมื่น" (น้ำเสียงของจริงยิ่งกว่านี้มาก)  "รีบๆมานะ เดี๋ยวไปไม่ทัน ตม.น่าจะนานอยู่" แอปเปิ้ลพูดเร่งก่อนวางสายไป เครื่องของเราเป็นเที่ยว 7.50 แต่เราคิดว่าคนต้องเยอะและอยากสบายๆ เดิน Duty Free ชิวๆก่อนขึ้นเครื่องจึงนัดกันก่อนให้มาเจอกันซัก 6.00 โมงที่สนามบิน ซึ่งจริงๆเวลานี้ก็น่าจะทันพอดีแต่...........

6.05 น. (น่าจะเวลานี้นะ)พวกเรามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เลยจากเวลานัดไปนิดหน่อย เบลล์ แอปเปิ้ล ต้น รออยู่ก่อนแล้ว ผมหยิบรหัส Booking ขึ้นมาเดินไปหาพี่พนักงาน ทำหน้ามึนๆ(ประมาณสอนผมหน่อย) พี่เขาก็เข้าใจเป็นอย่างดี จิ้มๆหน้าจอแล้วให้เราใส่รหัสจอง ผมกับแอปเปิ้ลนั่งด้วยกัน แต่มีทางเดินตรงกลางกั้น อ๊อฟ ตอง เบลล์ ต้น อ้วน นั่งอยู่แถวหลัง แบบกระจายตัวนิดหน่อย พวกเราเดินเข้าไปเตรียมโหลตกระเป๋าผมพึ่งสังเกตุ คนแมร่งเยอะจริงด้วย Airasia ล้วนๆ แถวแต่ละแถวจะยาวไปไหนฟะ

6.30 น. พวกเราโหลตกระเป๋ากันเสร็จแล้ว แฟงกับมะนาวยังมาไม่ถึง เราตกลงกันว่าจะรอแฟงกับมะนาวที่โหลตกระเป๋า ส่วนใครมีธุระจะไปซื้อของใน Duty Free ก็ให้ไปกันก่อนเลย ซึ่งก็คือ สาวๆไปซื้อของ หนุ่มๆมายืนรอ 

6.40 น. เราโทรหาแฟง แฟงบอกใกล้ถึงแล้วกำลังเลี้ยวเข้าละ

6.50 น. แฟงกับมะนาวมาถึง โชคดีที่แฟง Check in มาแล้ว มาต่อแถวโหลตกระเป๋าแปปเดียวก็เสร็จเรียบร้อย เรารีบเดินกึ่งวิ่ง (เดินเร็วๆนั่นละ) ไปที่ ตม. กลุ่มสาวๆก่อนหน้าโทรมาบอกว่า ให้มา ตม. อันในสุดคนน้อยกว่า เราไม่มีเวลาสงสัยว่าจริงไหมได้แต่รีบเดินไป เพราะ 7.10 จะ Broding pass แล้ว

เรามาถึง ตม. คนไม่เยอะมากต่อกันประมาณ 7-9 คิว แล้วแต่เทคนิคการเลือกช่องของแต่ละคน

ผ่านด่านตรวจร่างกายมาแบบสบายๆ แต่ใช้เวลาแต่งตัวกลับเหมือนเดิมซักพัก เพราะต้องถอดเข็มขัดกับรองเท้าด้วย = =" 

เรามารวมตัวกันด้านหน้าร้านน้ำหอม ต้นที่มาทีหลังซื้อของเสร็จแล้ว แต่สาวๆที่มากันก่อนยังไม่เสร็จ เราจึงเดินไปตามหาที่ละคน แล้วเร่งๆให้ตัดสินใจ เพราะตอนที่เราผ่านมาถึงตรงนี้เวลาก็ 7.20 แล้ว (และก็ได้ปะป๋าของเปิ้ลโทรมาช่วยเร่งอีกรายหลังจากโทรมาเช็คลูกสาว และรู้ว่าลูกสาวยังไม่ไปที่ Gate อีก)

7.25 น. เรากำลังเดินอย่างสบายใจไปที่ Gate ขึ้นเครื่อง เสียงตามสายก็ประกาศถึงเที่ยวบินของเราพร้อมประกาศ Last Call พร้อมกับเหตุการณ์ป้ายบอก Gate ขึ้นสถานะ ขึ้นเครื่องด่วน!!! เราจึงเริ่มวิ่งกัน ต้นออกตัวไปคนแรก อ้วนวิ่งตาม เราทุกคนจึงวิ่งงงง

7.30 น. จากการวิ่งมาของคน 9 คนเรามาถึงหน้า Gate และ ยังต้องต่อแถวอยู่ ยังไม่ให้ขึ้นเครื่อง
แล้วจะประกาศ Last Call ทำไมครับ = =  เรา  9 คนจึงยืนต่อแถวพร้อมหายใจหอบกันคนละ 17-18 ที ก่อนจะเริ่มตรวจตั๋ววว

7.50 น. พวกเรานั่งกันประจำที่เรียบร้อย เครื่องเตรียมตัวออก พี่ๆแอร์สาวชุดแดงออกมาสาธิตการใช้อุปกรณ์ ต้นหยิบกล้องออกมาจากกระเป๋า เตรียมยกขึ้นส่อง เสียงตามสายก็ประกาศ ให้งดถ่ายรูป พี่แอร์สุดสวยข้างหลังคงเห็นเข้า พวกเราหันมองกันยิ้มๆ เอาแต่เริ่มเลย 

เครื่องบินเร่งเครื่องเตรียมทะยาน "แควก แควก แควก" (ผมพยายามจำลองเสียงให่เหมือนอยู่) เสียงประมาณเหมือนเสียดสี แสควซแผ่นก่อนเครื่องออก ผมกับเปิ้ลที่นั่งข้างกันหันมองหน้ากันแล้วยิ้มๆ

เครื่องบินทะยานขึ้นสูง ภาพทิวทัศน์เมืองเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ เมืองไทยดูเล็กลงเรื่อยๆจนมองไม่เห็น
8 วันนี้ขอไปที่ยวต่างเมืองหน่อย ห่างกันซักพักนะเมืองไทย ไว้ผ่านไป 8 วันแล้วกลับมารักกันใหม่




(เรามาถึงสนามบินพร้อมโหลตกระเป๋าขึ้นเครื่อง)

(บรรยากาศหลังวิ่งมาที่ Gate ต่อแถวยาวเชียว)

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ก่อนออกเดินทาง

     "เวลาเราออกเดินทาง วันก่อนออกเดินทางเราก็เริ่มเดินทางไปแล้ว"
ผมเขียนคำนี้ไว้ก่อนออกเดินทางไปเวียดนาม หนึ่งวัน แต่จริงๆ เราออกเดินทางไปตั้งแต่วันที่เราตัดสินใจจะไปแล้วเพราะ ช่วงที่เราเตรียมตัว หาข้อมูล ติดต่อประสานงานซื้อตั๋ว ช่วงเวลาเหล่านั้น ก็เป็นช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้และเติบโต


                                                              ก่อนออกเดินทาง เราก็ได้เรียนรู้
        
- เรื่องสถานที่ท่องเที่ยว และโปรแกรมเดินทาง เมื่อเราตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปเที่ยวที่ไหนเมืองไหน การทำตารางเวลา หาสถานที่เที่ยว การเดินทาง ก็คือสิ่งต่อมาที่เราต้องเริ่มทำ เราอ่านรีวิว หนังสือ กันเยอะมาก จนได้ รีวิวหนึ่งช่วยชีวิตไว้ เขาบอกการเดินทาง และสถานที่เที่ยวอย่างละเอียด ไปประติดปะต่อกับคนอื่นอีกหน่อยก็เข้าล๊อค สบาย!!! การอ่านรีวิว ช่วยให้เราได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมหลายอย่าง วิถีชีวิตของคนที่นั้น ประวัติของสถานที่ท่องเที่ยว ความเห็นความคิดของคนเขียนและคนอ่านรีวิวอื่นๆ ผมว่าการทำเช่นนี้ทำให้เราลด ความเป็นตัวกูลง เราได้เปิดมุมมอง อ่านความคิด ฟังความเห็นของผู้อื่นมากขึ้น             ตัวกูของเราก็ลดลง ผมคิดว่านะ!!!


- การเดินทาง
     เราเดินทางกันด้วยเครื่องบิน Airasia รอบ 7.15 และกลับรอบ 18.00 ผมรับหน้าที่ในการจองตั๋วเครื่องบิน เพราะมีบัตร Debit SCB ไม่เสีย% เลยใช้ทางนี้ ปัญหามันเกิดตอนเราเริ่มกรอกข้อมูลไปถึงขั้นตอนสุดท้าย และ Back กลับไปเริ่มใหม่เพราะมีคนโอนเงินมาเพิ่มตอนท้ายช้าไปนิดเดียว ราคาตั๋วที่ควรจะเป็น 1960 เพิ่มเป็น 2260 !!! เพิ่มมาคนละ 300 ภายในไม่กี่วินาที 
ผมรีบโทรไปหาต้น ต้นบอกว่า "เคยได้ยินจากอาจารย์ว่า เวลาจองตั๋วแล้วทำรายการบ่อยๆ ระบบรู้ว่าเมิงไปชัวร์ ราคาจะขึ้น หรือ ช่วงเวลานี้คนทำรายการเยอะมันก็ราคาขึ้น" วุ่นกันใหญ่ละทีนี้ ผมให้ต้นลองไปจองบ้างมันก็ขึ้น 1960 จนเราหาทางออกกันได้เป็น 1960 2 คน และ อีก 5 คน 2260 
(ขอแนะนำให้เพื่อนๆที่จะจองตั๋วเมื่อเห็นรอบราคากำหนดเวลาเรียบร้อยแล้วรีบทำรายการ อย่าให้เพื่อนโอนเงินเกินเวลา อาจจะเจอเหตุการณ์แบบเดียวกับผมได้ (แม้จะไม่รู้ว่าตั๋วราคาขึ้นเพราะเหตุใดแต่ก็จะทำให้เรามึนงงได้นะครับ))


- การเรียนรู้เพื่อนร่วมเดินทาง
สิ่งนี้ถือเป็นสิ่ง่สำคัญอย่างมาก เพราะเพื่อนเราจะอยู่กับเราที่นั่นอีกนาน การไม่ทำให้ใครซักคนในนั้น หงุดหงิด โมโห บึ้ง ทำให้อารมณ์ร่วมของกลุ่มเป็นไปในทางที่ดีตลอดทริป เพราะฉะนั้น การพูดคุยตกลงโปรแกรม จองโรงแรมที่พักเป็นเรื่องที่ต้องทำโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ภายภาคหน้าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด) เราต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา พยายามหาจุดลงตัวของทุกคนมากที่สุด และทริปจะออกมาได้ดีแน่นอนครับ ^^ ยิ้มสนุกประสบการณ์ที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลย


ส่วนในอีก 8 วันเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สนุกสนาน เฮฮา เกรียนแตก ขนาดไหน ไว้จะมาเล่าให้ฟังครับ
ตอนนนี้ คืนนี้ ราตรีสวัสด์ครับ ^^ ฝันดีทุกคน

โปรแกรมพร้อม

พรุ่งนี้เช้าเราจะบินลัดฟ้าสู่มหานครไซง่อน หรือ โฮจิมินห์
โปรแกรมทัวร์ของเราจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว เมื่อเย็นนี้ ^^




ไปรษณีย์โฮจิมินห์



วันที่ 2 ธันวาคม 5.30 นัดรวมพลที่สนามบินสุวรรณภูมิ
                     7.50  เครื่องขึ้นฟ้ามุ่งสู่โฮจิมินห์
                     9.30  ถึงโฮจิมินห์
                             - มุ่งหน้าสู่ ฟามงูเหลา (แหล่งรวมของจำเป็นสำหรับ Backpacker ซื้อซิม(3G ทั่วประเทศ) จองโรงแรมฝากกระเป๋า และ ซื้อตั๋วรถนอนไปดาลัดรอบ 23.45)
                             - หาร้านอาหารทาน ก่อนไปเริ่มต้นเที่ยวที่ จตุรัสโฮจิมินห์
                             - โปแกรมเที่ยวตามที่สำคัญต่างๆ (โอเปร่าเฮ้าส์ โบสถ์นอร์ธเธอดาม ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ ทำเนียบประธานาธิบดี Revolution Museum War Museum พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์)
                     23.45 กลับมาฟามงูเหลาขึ้นรถไปดาลัด


วันที่ 3-4 ธันวาคม เราอยู่เที่ยวกันที่เมืองดาลัด
โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไปก็ตามนี้เลยครับ เก็บกันให้ครบ







    1.ทะเลสาบ Paradise และเจดีย์ Thien Vien (Truclam zen Monastery) นั่งเคเบิลคาร์ 50,000 ดอง  
    2.น้ำตกดาตันลา Datanla Waterfall  roller coaster 30,000 ดอง 
   3.โบสถ์คริสต์ (Da Lat Cathedral) 
   4.พระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิเบ๋าได๋  (Baodai’s Summer Palace) 
   5.Crazy House  1 ใน 10 Houses to see before you die
   6.สถานีรถไฟดาลัด (GA DALAT)
   7.Valley of Love 
   8.Tranh Theu Tay Tren Lua XQ  (XQ Hand Embroidery Center) 
   9.สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด (Dalat Flower Gardens)  
   10.โบสถ์คอนแวนต์โดเมนเดอมารี  (Domaine de Marie Convent)  
   11.ทะเลสาบ Xuan Huong  

วันที่ 5 ธันวาคม ออกเดินทางจากดาลัดไปมุยเน่
Fairy Stream
ทะเลทรายขาว
หมู่บ้านชาวประมง
  13.00 ถึงมุยเน่
- ฝากของโรงแรม 
       - ออกเช่ามอเตอร์ไซต์ร่อนตามสถานที่เที่ยว
                = ทะเลทรายขาย
                = Fairy Stream
                = หมู่บ้านชาวประมง
   18.30  ทานอาหารทะเลมื้อเย็นที่ร้าน Lam tong quan



วันที่ 6 ธันวาคม  กลับมายังโฮจิมินห์
   13.00 ถึงโฮจิมินห์
       - ฝากของที่โรงแรม
       - ไป Shopping เล็กน้อย
   16.00 ไปส่งแฟงและมะนาวที่สนามบิน
    
โปรแกรมเหล่านี้เป็นโปรแกรมที่เราคุยและวางกันไว้
ซึ่งพวกเราจะอยู่กันถึงวันที่ 9 ธันวาคม
ที่เหลืออีก 3-4 วัน ก็ให้โฮจิมินห์นำทางพวกเราไป
โดยผมและต้น รีเควสมา 2 สถานที่ 
    1. มหาวิทยาลัยเวียดนาม
    2. ผลับเวียดนาม
ที่เราจะไปดูวิถีชีวิตหนุ่มสาวเวียดนามกัน

เช้านี้เราจะออกเดินทางกันแล้ว ขอให้เดินทางปลอดภัยด้วยเถิด

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Loei Trip : เชียงคาน - ภูกระดึง Behind the scene @Paisit


ตอนนี้เป็นเรื่องราวสนุกสนานทั่วไประหว่างทางครับ
และ บทสัมภาษณ์ แม่ค้าตามซำต่างๆ และ เหล่าพี่หาบ ที่ช่วยทำให้เราเดินทางได้สะดวกสบายขึ้น
อยากให้ทุกคนที่ได้ขึ้นไปบน ภูกระดึง แล้วมาฟังกันครับ 

^^  จบทริปนี้แล้ว ราตรีสวัสดิ์
ปีหน้าถ้าใครได้ไปมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

Loei Trip : เชียงคาน - ภูกระดึง 3/3 @Paisit

ตอนจบของคลิปไตรภาคนี้ครับ

เราเดินกันตั้งแต่ 9 โมง จนถึง 2 ทุ่ม ออกจากที่พักเดินชมนักเตะผ่านเส้นทางป่า ไปที่ผาหล่มสัก ใครที่เคยไปผมว่าคงนกถึงเรื่องราวระหว่างทางได้ สนุก เหนื่อย ขนาดไหนคงจำกันได้ ส่วนคนไหนยังไม่เคยไปต้องลองไปครับ

*** ครั้งนี้ผมไปช่วงไม่ค่อยมีคน บรรยากาศคนน้อยๆได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่า ชิวกว่ามากครับ แต่ตอนเดินกลับจากผาหล่มสัก หันซ้ายหันขวามืดมาก เดินกันอยู่กลุ่มเดียว ก็แอบกัลวเหมือนกัน